
- หวัดเรื้อรังมากกว่า 2 สัปดาห์ มีน้ำมูกเหลือง เขียว หรือขาว
- มีเสมหะ หรือเสลด ที่เป็นมูก หรือมูกปนหนอง ไหลลงมาที่คอหลังเพดานอ่อน เกือบตลอดทั้งวัน
- ปวดศีรษะ โดยมากมักจะปวดบริเวณหน้าผาก หรือหัวคิ้ว ถ้าเป็นมากจะปวดไปที่ท้ายทอยด้วย
- คัดจมูก แน่นจมูก มากหรือน้อย ขึ้นกับขนาดของโพรงจมูกของผู้ป่วย และการบวมของเยื่อบุจมูก
- อาจมีกลิ่นปาก เหม็นคาว เหม็นเปรี้ยว หรือเหม็นเน่าเวลาพูด
- มีอาการไข้ต่ำ ๆ ตอนบ่าย ๆ
- อาจจะมีอาการไอ หลังจากนอนราบสักพัก เนื่องจากมีเสมหะไหลลงในลำคอกระตุ้นให้ระคายเคือง และอยากไอ
ไซนัส คือ โพรงอากาศในกระดูกรอบ ๆ ช่องจมูก มีที่กระดูกหน้าผาก 1 คู่ กระดูกแก้ม 1 คู่ กระดูกระหว่างลูกตากับช่องจมูกเป็นโพรงเล็ก ๆ หลาย ๆ โพรง และที่ฐานกระโหลกศีรษะอีก 1 คู่ โดยโพรงไซนัสเหล่านี้ จะมีรูติดต่อไปยังช่องโพรงจมูกขนาดประมาณ 2-8 มิลลิเมตร
สาเหตุ
1. เกิดจากการเป็นหวัด และมีเยื่อบุจมูกบวมมาก และ ผู้ป่วยชอบสูด หรือซี้ดน้ำมูกลงคอขณะที่สูดน้ำมูก โดยเฉพาะเมื่อเยื่อบุจมูกบวมมาก จะสูดทั้งเสมหะ และลมในโพรงจมูก และโพรงไซนัสออกมาด้วย แต่เมื่อเยื่อบุจมูกด้านหน้าบวมมาก การสูดน้ำมูกลงคอ จะทำให้ลมเข้าด้านหน้าของจมูกได้น้อย จะทำให้เกิดแรงดูดเอาอากาศในโพรงไซนัสออกมาได้ ทำให้ความดันในโพรงไซนัสเป็นลบ และเยื่อบุรอบรูเปิดไซนัส เริ่มบวม จะเกิดการสร้างมูก และติดเชื้อเป็นหนองในโพรงไซนัสได้
2. บาง ครั้งร่วมกับการบีบจมูก สั่งน้ำมูกแรง ๆ พร้อมกัน 2 ข้าง เพราะถ้าหนองออกทางรูจมูกด้านหน้าไม่สะดวก ก็อาจจะไปยังโพรง (ไซนัส) ที่แก้มได้ง่าย จึงแนะนำให้สั่งน้ำมูกทีละข้าง และสั่งไม่แรง แต่สั่งหลายครั้งได้ หรือสั่งน้ำมูกโดยอ้าปากร่วมด้วย
3. เกิดจากการเป็นหวัดแล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องนาน ๆ จะมีการติดเชื้ออักเสบลุกลามไปยังโพรงอากาศข้างจมูก (ไซนัส)
4. มี เนื้องอกในโพรงจมูก เช่น ริดสีดวงจมูก ไปอุดตันบริเวณรูเปิดของไซนัส ทำให้การถ่ายเทของน้ำมูก หรือเสมหะออกจากโพรงไซนัสยาก ทำให้เกิดการติดเชื้ออักเสบเรื้อรัง
5. เรากฟันอักเสบ บริเวณฟันกรามด้านบนเป็นหนอนงลุกลามทะลุไปยังโพรงไซนัสที่แก้ม
6. ใน เด็กเล็ก ๆ อาจมีต่อมน้ำเหลืองหลังโพรงจมูก (Adenoid) บวมโตไปรบกวนการระบายเสมหะ หรือหนองของไซนัส ทำให้เกิดไซนัสอักเสบเรื้อรัง หรือหูน้ำหนวกเรื้อรัง และยังทำให้นอนกรนอีกด้วย
7. การผ่าตัดไซนัส จะทำเมื่อ
7.1 ในรายที่มีการอักเสบไซนัสที่กินยาแล้วยังไม่หาย แม้ว่าจะเปลี่ยนยาปฏิชีวนะแล้วก็ตาม
7.2 มีก้อนเนื้องอกอุดตัน รูเปิดไซนัส เช่น ริดสีดวงจมูก
7.3 มีอาการแทรกซ้อนจากไซนัสอักเสบ เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ฝีในสมอง เส้นเลือดในสมองอักเสบ หรือหนองแพร่กระจายเข้าลูกตา
7.4 ปวดศีรษะมาก
7.5 มีกลิ่นปากที่รักษษด้วยยาเต็มที่แล้วไม่หาย
7.6 มีก้อนเนื้องอกที่ไม่ทราบชนิดในรูจมูก หรือไซนัส
การป้องกันการเกิดไซนัสอักเสบเรื้อรัง
1. พยายามอย่าคลุกคลีกับผู้ป่วยที่กำลังเป็นหวัด ไอ หรือจาม
2. ถ้าคุณเป็นหวัดเวลาไอ จาม ให้หาผ้าปิดปาก และจมูก เพื่อไม่ให้แพร่เชื้อหวัดไปยังผู้อื่น และห้ามสูดน้ำมูก (การสูดน้ำมูกเพิ่มโอกาสการเป็นไซนัสอักเสบ และหูชั้นกลางอักเสบได้ง่าย)
3. เมื่อเป็นหวัด หรือไซนัส ต้องรักษาให้ถูกต้อง และนานพอเพียง
4. การสั่งน้ำมูกให้สั่งทีละข้าง โดยบีบจมูกข้างหนึ่งแล้วสั่งอีกข้างหนึ่ง และอย่าสั่งรุนแรงมากเกินไป
5. เมื่อเป็นหวัดให้หลีกเลี่ยงน้ำแข็ง และน้ำเย็นจัด
6. อย่าโดนเครื่องปรับอากาศ หรือพัดลมตรงหน้า หรือศีรษะนาน ๆ


