ศูนย์สุขภาพและโภชนาการไทย

ศูนย์ สุขภาพ และ โภชนาการ ไทย

Friday
Feb 10th

Home โภชนาการ วิตามิน วิตามินบี 5 (PANTOTHENIC ACID)

วิตามินบี 5 (PANTOTHENIC ACID)

อีเมล พิมพ์ PDF
วิตามินบี 5  (PANTOTHENIC ACID)
วิตามินชนิดนี้ร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้ด้วย โดยแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในสำไส้โดยธรรมชาติ การคงสภาพของวิตามินชนิดนี้ไม่คงทน ง่ายต่อการทำลายโดยเฉพาะโดยกรด เช่น น้ำส้ม และด่าง เช่น โซดาสำหรับทำขนม (Baking Soda) ตับมีมากที่สุด ถัดมาได้แก่ เนื้อสัตว์ ไต เมล็ดพืช เนื้อไก่ ไข่แดง รำข้าว บริวเวอร์ยีสต์ วีทเจอร์ม โมลาส น้ำตาลทรายแดงไม่ฟอกสี ข้าวโอ๊ต ข้าวโพด ข้าวกล้อง เนยแข็ง โยเกิร์ต ผลไม้สด หัวผักหรือผักลงหัวทุกชนิด ผักใบเขียว ผักกาด น้ำอ้อย เห็ด และถั่วต่าง ๆ  วิตามินบี 5  เป็นสิ่งจำเป็นต่อการปฏิบัติงานของต่อมอะดรีนัล และช่วยกระตุ้นให้ผลิตคอร์ติโซนและฮอร์โมนสำคัญอื่น ๆ เพื่อรักษาสุขภาพของผิวหนังและประสาทเสริมอำนาจการป้องกันโรค และสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค ช่วยละลายพิษยาลดพิษ ช่วยขับพิษต่าง ๆ ออกจากร่างกาย และป้องกันเซลล์ถูกทำลายโดยรังสี รักษาความสมดุลของ ๆ เหลวในเนื้อเยื่อ ช่วยเปลี่ยนคอเลสเตอรอลเป็นฮอร์โมนสำหรับต่อต้านความเครียด ป้องกันอาการอ่อนเพลีย ช่วยร่างกายในการใช้วิตามิน บี 2 ให้เกิดประโยชน์เต็มที่ และ มีประสิทธิภาพ ช่วยในการเผาผลาญอาหารพวกโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน เพื่อให้ได้ซึ่งกำลังงาน  วิตามินบี 5  เป็นตัวสำคัญรักษาสุขภาพของทางเดินของอาหารในระบบการย่อยให้สมบูรณ์อยู่เสมอ ช่วยในการย่อยและเป็นส่วนประกอบของน้ำย่อย รักษาความเยาว์วัยให้คงนาน ถ้าขาด วิตามินบี 5  อาจทำให้ อาเจียน กระสับกระส่าย ปวดท้อง ท้องอืด รู้สึกร้อนที่เท้า (Burning Feet Syndrome) เป็นตะคริวที่กล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย หลับไม่สนิท ซึมเศร้า หงุดหงิด การสร้างภูมิต้านทานต่ำ มีอาการอักเสบของระบบการหายใจส่วนบน ผมหงอกและร่วง แก่ก่อนวัยอันสมควร ทำให้เกิดภูมิแพ้ หอบหืด ความดันต่ำ เนื่องจากต่อมหมวกไตไม่มีกำลัง
 
    * ข้อมูลทั่วไป
          o เป็น น้ำมันสีเหลืองอ่อน เสียง่ายเมื่อถูกความร้อน กรด ด่าง ถ้าอยู่ในสภาพแอลกอฮอล์ เรียก แพนโทธีนอล (Pantothenol) ซึ่งถูกดูดซึมได้ง่ายกว่าที่อยู่ในรูปกรด และจะถูกเปลี่ยนแปลงในร่างกายเป็น กรดแพนโทเธนิค ได้รวดเร็ว ในทางการค้าจะอยู่ในรูปของเกลือโซเดียม หรือ แคลเซียม มีความหวานเล็กน้อย ละลายน้ำได้
          o  วิตามินบี 5  หรือแพนโทเธ็นนิค แอซิค เรียกสั้น ๆ ว่า แพนโทส์ ซึ่งแปลว่า  ทุกหนทุกแห่ง  จัดเป็นวิตามินอยู่ในเครือวิตามิน บีรวม วิตามินชนิดนี้จะพบในเซลล์ที่มีชีวิตทั้งหลาย นับตั้งแต่พวกรา พวกเห็ด พวกพืชตลอดจนในเซลล์ของคนและสัตว์ วิตามินชนิดนี้ร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้ด้วย โดยแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในสำไส้โดยธรรมชาติ
          o การคงสภาพของวิตามินชนิดนี้ไม่คงทน ง่ายต่อการทำลายโดยเฉพาะโดยกรด เช่น น้ำส้ม และด่าง เช่น โซดาสำหรับทำขนม (Baking Soda)
          o ประวัติ
                + ค. ศ. 1938 ดร.วิลเลียม (Dr. R.R. William) แยกกรดแพนโทเธนิคได้จากตับและยีสต์ และได้ให้ชื่อว่า กรดแพนโทเธนิคซึ่งมาจากคำภาษากรีกว่า  Panthos  ซึ่งตรงกับภาษาอังกฤษว่า Every where
                + ค.ศ. 1950 ลิปแมน (Lipmann) และผู้ร่วมงานพบว่ากรดแพนโทเธนิค เป็นส่วนประกอบของโคเอนไซม์ เอ (Coenzyme A)


    * ประโยชน์ต่อร่างกาย
          o เป็น สิ่งจำเป็นต่อการปฏิบัติงานของต่อมอะดรีนัล และช่วยกระตุ้นให้ผลิตคอร์ติโซนและฮอร์โมนสำคัญอื่น ๆ เพื่อรักษาสุขภาพของผิวหนังและประสาท
          o เสริมอำนาจการป้องกันโรค และสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค ช่วยละลายพิษยาลดพิษ เช่น ผลจากยาปฏิชีวนะ และผลที่ไม่ดีของตัวสร้างภูมิคุ้มกันหลาย ๆ ชนิด
          o ช่วยขับพิษต่าง ๆ ออกจากร่างกาย และป้องกันเซลล์ถูกทำลายโดยรังสี
          o รักษาความสมดุลของ ๆ เหลวในเนื้อเยื่อ
          o ช่วยเปลี่ยนคอเลสเตอรอลเป็นฮอร์โมนสำหรับต่อต้านความเครียดที่มองไม่เห็น หรือสภาพที่กำลังพัวพันอยู่ ป้องกันอาการอ่อนเพลีย
          o ช่วยร่างกายในการใช้วิตามิน บี 2 ให้เกิดประโยชน์เต็มที่ และ มีประสิทธิภาพ
          o ช่วยในการเผาผลาญอาหารพวกโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน เพื่อให้ได้ซึ่งกำลังงาน
          o  วิตามินบี 5  เป็นตัวสำคัญรักษาสุขภาพของทางเดินของอาหารในระบบการย่อยให้สมบูรณ์อยู่เสมอ ช่วยในการย่อยและเป็นส่วนประกอบของน้ำย่อย
          o รักษาความเยาว์วัยให้คงนาน
          o เป็นตัวร่วมในการสร้างอะซีทิลโคเอนไซม์เอ (Acetyl Coenzme A) ซึ่งเป็นสารที่เกี่ยวโยงในการผลิตพลังงานให้แก่ร่างกาย


    * แหล่งที่พบ
          o ตับ มีมากที่สุด ถัดมาได้แก่ เนื้อสัตว์ ไต เมล็ดพืช เนื้อไก่ ไข่แดง รำข้าว บริวเวอร์ยีสต์ วีทเจอร์ม โมลาส น้ำตาลทรายแดงไม่ฟอกสี ข้าวโอ๊ต ข้าวโพด ข้าวกล้อง เนยแข็ง โยเกิร์ต ผลไม้สด หัวผักหรือผักลงหัวทุกชนิด ผักใบเขียว ผักกาด น้ำอ้อย เห็ด และถั่วต่าง ๆ


    * ปริมาณที่แนะนำ
          o ประมาณ 10 มิลลิกรัม ต่อวัน


    * ผลของการขาด
          o ลูกไก่
                + พบว่าเบื่ออาหาร ผลของการเจริญเติบโตต่ำ ขนร่วง ขนขี้นช้ามีอาการผิดปกติของกระดูกสันหลังลงมาถึงประสาทที่อยู่ในไขสันหลัง
          o หมู
                + ขน จะเปลี่ยนเป็นสีเทา มีอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร มีแผลในลำไส้เล็กตอนต้น (Duodenum Ulcer) มีการผิดปกติขององค์ประกอบของเลือด การผิดปกติของต่อมหมวกไต มีเลือดไหลผิดปกติ
          o สุนัข
                + พบว่าระดับน้ำตาลในเลือดต่ำและพบเลือดไหลแรงและเร็ว มีอาการผิดปกติของระบบประสาททำให้ผิดปกติอาจตายได้ มีอาการผิดปกติของไต
          o คน
                + จาก การทดลองโดยให้ผู้ทดลองกินอาหารที่ขาดกรด แพนโทเธนิค รวมทั้งให้กรดโอเมกา-เมทิล แพนโทเธนิค ( -Methyl Pantothenic Acid) ซึ่งเป็นสารต้านฤทธิ์การทำงานของกรดแพนโทเธนิค พบว่าผู้ถูกทดลองมีอาการแสบร้อนตามผิวหนัง กล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ไม่มีแรงทำงาน เป็นตะคริวบริเวณท้อง คลื่นไส้ อาเจียน การไหลของเลือดผิดปกติ เพราะฉะนั้นเลือดที่ส่งไปเลี้ยงทางระบบประสาทจะไม่สม่ำเสมอคนไข้จะหงุดหงิด เบื่อหน่าย มีอาการผิดปกติของระบบการย่อยอาหาร สรุปได้เป็นอาการสำคัญดังนี้
                + อาเจียน กระสับกระส่าย ปวดท้อง ท้องอืด รู้สึกร้อนที่เท้า (Burning Feet Syndrome) เป็นตะคริวที่กล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย หลับไม่สนิท ซึมเศร้า หงุดหงิด
                + การสร้างภูมิต้านทานต่ำ
                + มีอาการอักเสบของระบบการหายใจส่วนบน
                + ผมหงอกและร่วง แก่ก่อนวัยอันสมควร
                + ทำให้เกิดภูมิแพ้ หอบหืด
                  ความดันต่ำ เนื่องจากต่อมหมวกไตไม่มีกำลัง


    * ข้อมูลอื่นๆ
          o การดูดซึม
                + จะ ถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็กเข้าไปสู่ร่างกาย เนื้อเยื่อต่าง ๆ สามารถเปลี่ยนให้เป็น Coenzyme A ได้การขับถ่ายจะถูกขับถ่ายทางปัสสาวะ ส่วนน้อยทางเหงื่อ เด็กแรกเกิดมีระดับกรดแพนโทเธนิคในเลือดสูงกว่าแม่ประมาณ 5 เท่า
          o สารหรืออาหารเสริมฤทธิ์
                + วิตามิน บีรวม บริวเวอร์ยีสต์ รำข้าว นมผึ้ง
                + วิตามิน บี 6 และวิตามิน บี 12
                + ไบโอตินและกรดโฟลิค ช่วยในการดูดซึม วิตามินบี 5  เข้าสู่ร่างกาย
                + วิตามิน ซี ช่วยป้องกัน วิตามินบี 5  ถูกทำลายในการทำปฏิกิริยาทางเคมีกับออกซิเจน
                + แคลเซียม
                + กำมะถัน
          o สารหรืออาหารต้านฤทธิ์
                + ยาแอสไพริน (Aspirin) ยาลดไข้ ระงับปวด
                + สารเม็ธทิลโบรไมด์ (Methylbromide) สารที่ใช้อบควัน หรือรมควันในอาหารบางชนิด
          o การเสื่อมสลาย
                +  วิตามินบี 5  ในเนื้อสัตว์ประมาณ 33 เปอร์เซ็นต์จะสูญหายไปขณะหุงต้ม และในแป้งจะสูญหายไปประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ขณะขัดสีและบดเป็นแป้ง
 

Business Thailand
ศูนย์ข้อมูลธุรกิจและข้อมูลการตลาด

ตั๋วเครื่องบิน
WorldwideAirfare.com บริการ ตั๋วเครื่องบิน ราคาถูก ทั่วโลก

ทำมาหากิน
เว็บของคนทำมาหากิน ข้อมูลตลาดนัด แฟรนไชส์ และอาชีพเสริมต่าง ๆ