ศูนย์สุขภาพและโภชนาการไทย

ศูนย์ สุขภาพ และ โภชนาการ ไทย

Friday
Feb 10th

Home โภชนาการ ผักและผลไม้ ผักกาดฮ่องเต้ หรือกวางตุ้งฮ่องเต้

ผักกาดฮ่องเต้ หรือกวางตุ้งฮ่องเต้

อีเมล พิมพ์ PDF

ผักกาดฮ่องเต้ Pak choi ผักกาดฮ่องเต้ (Pak Chai) หรือกวางตุ้งฮ่องเต้ มีชื่อวิทยาศาตร์ว่า Brassica chinensis var. chinensis ผักกาดฮ่องเต้จัดเป็นพืชตระกูล Brasicaceae (Crucifereae-Mustard family) มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน ญี่ปุ่นและเอเชียกลาง นำเข้ามาปลูกในไทยเป็นระยะเวลานาน เป็นพืช 2 ฤดู แต่ปลูกเป็นพืชฤดูเดียว ก้านใบมีสีเขียวอ่อน ลักษณะแบน ส่วนโคนก้านใบจะขยายกว้างมาก และหนา เนื้อกรอบ ปลายใบมน ไม่ห่อหัว

สภาพแวดล้อมการปลูก

อุณหภูมิ ที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของผักกาดฮ่องเต้ อยู่ระหว่าง 20-25?C แต่สามารถทนต่อสภาพอุณหภูมิสูงได้ดีกว่ากลุ่มผักกาดหัว ดังนั้นจึงสามารถปลูก ได้ตลอดทั้งปี

ดิน ผักกาดฮ่องเต้สามารถเจริญเติบโตในดินแทบทุกชนิด แต่เจริญเติบโตได้ดีที่สุดในสภาพดินร่วนปนทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์ และอินทรีย์วัตถุสูง ค่าความเป็นกรด-ด่าง อยู่ระหว่าง 6.0-6.8 ถึงแม้ผักกาดฮ่องเต้ จะทนต่ออุณหภูมิสูงได้ดี แต่ก็ไม่ทนต่อความ แห้งแล้ง เนื่องจากเป็นพืชอายุสั้น และเจริญเติบโตเร็ว ดังนั้นแปลงปลูกควรต้องมีความชื้นสูง และต้องการแสงแดดเต็มที่ ตลอดทั้งวัน เพื่อการสังเคราะห์อาหาร

การใช้ประโยชน์และคุณค่าทางอาหาร

ผักกาดฮ่องเต้ เป็นผักที่มีวิตามินสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินเอ วิตามินซี นอกจากนั้นยังมีธาตุอาหารพวกแคลเซียม และฟอสฟอรัสสูง นิยมนำมาผัดกับเนื้อสัตว์ ผัดน้ำมันหอย หรือต้มเป็นแกงจือ รสชาติหวาน และกรอบ

การปฎิบัติดูแลรักษาผักกาดฮ่องเต้ในระยะต่างๆของการเจริญเติบโต

การเตรียมกล้า เพาะกล้าผักกาดฮ่องเต้แบบประณีต ในถาดหลุม อายุกล้า 15-20 วัน

การเตรียมดิน ไถดินลึกประมาณ 15-20 ซม. หรือขุดดินตากแดดอย่างน้อย 14 วัน เพื่อกำจัดโรคแมลงและวัชพืช คลุกปูนขาวอัตรา 0-100 กรัม/่ตร.ม. เก็บเศษวัชพืชออกจากแปลง

การปลูก - ใ่ส่ปุ๋ยคอกอัตรา 1 กก./ตร.ม. และปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 30 กรัม/ตร.ม. ลงในดิน พรวนดินให้ละเอียด ขึ้นแปลงกว้าง 100-120 ซม. ให้ร่องห่าง 50 ซม. ปรับหน้าแปลงให้เรียบ - หากใช้วิธีหยอดเม็ดโดยตรง ให้ใช้นิ้วกดหลุมลึก 0.5 ซม. หยอดเมล็ด 5 เมล็ดต่อหลุม ระยะปลูกแล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละ ฤดู กลบเมล็ด รดน้ำให้ชุ่ม ฉีดพ่น เซฟวิน 85 ป้องกันมดเข้าทำลาย - หากย้ายปลูกระยะปลูก ฤดูฝนและฤดูหนาว 25?20 ซม. ส่วนฤดูร้อน 20?20 ซม. ข้อควรระวัง

  1. หากใช้วิธีการหยอดเมล็ดอย่าใช้ในปริมาณที่มากเกินไป
  2. ฉีดพ่นธาตุอาหารเสริมให้สม่ำเสมอ

การให้ปุ๋ย ปลูกซ่อมต้นที่เสียหายภายใน 7 วัน หลังย้ายปลูก กำจัดวัชพืชทุก 15-20 วัน หลังย้ายปลูกหรือเมล็ดงอก และทำการถอนแยกให้เหลือ 2-3 ต้น ขีดร่องลึก 2 ซม. ระหว่างแถวปลูกโรยปุ๋ย 46-0-0 ลงไปแล้วกลบดิน แล้วรดน้ำ อาจเพิ่มปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 15-30 กรัม/ตร.ม. ฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชตามความจำเป็น และฉีดพ่นธาตุอาหารเสริม รดน้ำให้สม่ำเสมอ

การเก็บเกี่ยว ควรเก็บเกี่ยวก่อนออกดอก (อายุประมาณ 35-45 วัน หลังปลูก) อย่าปล่อยให้ต้นแก่เกินไป คุณภาพจะต่ำลง ตัดต้น เหนือระดับดินเล็กน้อย เด็ดใบเสียหรือใบเหลืองออก ควรเหลือใบนอกไว้ 2-3 ใบ ป้องกันความเสียหายระหว่างการขนส่ง หากผลผลิตเปียกควรผึ่งให้แห้งก่อนบรรจุส่ง ไม่ควรล้างผลผลิต เพราะจะทำให้เน่าเสียหายได้ง่าย

ข้อสังเกต ช่วงแล้งผลผลิตจะน้อยมาก ควรมีการเพาะกล้าและปลูกตลอดจนเก็บเกี่ยวให้ตรงกับระยะเวลาและพันธุ์นั้นๆ เพราะถ้ากล้าแก่เกินไป หรือเก็บผลผลิตช้าเกินไป มักจะได้คุณภาพและราคาต่ำ

โรคแมลงศัตรูที่สำคัญของผักกาดฮ่องเต้ในระยะต่างๆของการเจริญเติบโต

ระยะกล้า 15-20 วัน โรคใบจุด, ด้วงหมัดผัก, เพลี้ยอ่อน,

ระยะย้ายปลูก-ตั้งตัว 21-28 วัน โรคใบจุด, ด้วงหมัดผัก, หนอนใยผัก, เพลี้ยอ่อน, หนอนกระทู้,

ระยะเข้าหัว 28-55 วัน โรคใบจุด, โรคเน่าเละ, ด้วงหมัดผัก, หนอนใยผัก, เพลี้ยอ่อน, หนอนกระทู้,

ระยะโตเต็มที่ 56-70 วัน โรคใบจุด, โรคเน่าเละ, ด้วงหมัดผัก, หนอนใยผัก, เพลี้ยอ่อน, หนอนกระทู้,

 

Business Thailand
ศูนย์ข้อมูลธุรกิจและข้อมูลการตลาด

ตั๋วเครื่องบิน
WorldwideAirfare.com บริการ ตั๋วเครื่องบิน ราคาถูก ทั่วโลก

ทำมาหากิน
เว็บของคนทำมาหากิน ข้อมูลตลาดนัด แฟรนไชส์ และอาชีพเสริมต่าง ๆ