ศูนย์สุขภาพและโภชนาการไทย

ศูนย์ สุขภาพ และ โภชนาการ ไทย

Tuesday
Sep 07th
Home โภชนาการ วิตามิน วิตามินบี 1 (THIAMINE)

วิตามินบี 1 (THIAMINE)

อีเมล พิมพ์ PDF
วิตามินบี 1  (THIAMINE) 
วิตามินบี 1  หรือ thiamine
จำเป็นสำหรับการเผาผลาญสารอาหารหรือเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ที่ใช้ใน ปฏิกิริยาการเผาอาหารพวกคาร์โบไฮเดรต ดังนั้นถ้าใช้พลังงานมาก หรือกินคาร์โบไฮเดรตมากจะต้องการวิตามินนี้มากขึ้น ช่วยการทำงานของระบบทางเดินอาหาร จึงเกี่ยวข้องกับความอยากอาหารการย่อยอาหารและการขับถ่ายอาหารที่มีบีหนึ่ง สูงช่วยให้มีความอยากอาหารดีขึ้น การย่อยอาหารและการขับถ่ายดีขึ้นหรือช่วยป้องกันท้องผูกได้ ช่วยการทำงานของระบบประสาทและหัวใจ เพราะวิตามินนี้จำเป็นสำหรับการสังเคราะห์สารพวก Acetylcholine ซึ่งควบคุมการทำงานของระบบประสาท ถ้าขาดวิตามินบีหนึ่งจะมีผลถึงประสาทและกล้ามเนื้อทั่วร่างกายหรือโรคเหน็บ ชา คือกล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียกไม่มีแรงผิวหนังไม่มีความรู้สึก และเป็นอัมพาตตามแขน และขา นอกจากนี้อาจมีอาการบวมตามตัวแขนขา และหัวใจบวมโตถ้าเป็นมากอาจถึงตายได้ ช่วยในการเจริญเติบโตการสืบพันธุ์ และการผลิตน้ำนม มีอยู่ในอาหารหลายชนิดในปริมาณน้อยๆ คือ มักต่ำกว่า 0.1 มก./ 100ก.แหล่งสำคัญของ thiamine ได้แก่ เนื้อหมู ตับ ถั่วเหลือง รำข้าว ข้าวซ้อมมือ weat germ และบูเวอร์ยีสต์ สำหรับข้าวที่สีจนขาว มี thyamine เหลืออยู่น้อยมาก นอกจากนี้ แบคทีเรียสามารถสังเคราะห์ได้เองในลำไส้ ปัจจุบันยังพบว่า บุคคลทั่วไปมักจะไม่เป็นโรคขาด วิตามินบี 1  นอกจากจะพบได้ในคนที่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง และผู้ป่วยโรคเหน็บชา
 
    * ข้อมูลทั่วไป
          o เป็นวิตามินตัวหนึ่งในวิตามินบีรวม รู้จักกันมานานแล้ว บางทีเรียก วิตามินบี 1  ว่า แอนตี้เบอริเบอริแฟคเตอร์ หรือ แอนตี้นิวริติคแฟคเตอร์ เนื่องจากเป็นวิตามินที่สามารถป้องกันการกระตุกของประสาท แต่เป็นที่รู้จักในชื่อ ไทอะมีน หรือ วิตามินบี 1  เป็นอินทรีโมเลกุลที่ประกอบด้วย pyridine และ thiazole เป็นวิตามินที่สลายตัวได้ง่ายที่สุดในบรรดาวิตามินบี
          o คุณสมบัติ
                + เป็น ผลึกสีขาว ละลายน้ำได้ มีรสเค็ม กลิ่นคล้ายยีสต์ สลายตัวได้ง่ายในสภาวะด่าง แต่ในรูปกรดสามารถทนได้แม้อุณหภูมิสูงถึง 120 องศาเซลเซียส ก็สามารถทนได้ใน 1 ชม. แต่ปกติสลายตัวได้ง่ายในความร้อน


    * ประโยชน์ต่อร่างกาย
          o ช่วย ในการเผาพลาญสารอาหารหรือส่วนประกอบของโคเอนไซม์ในร่างกาย ช่วยในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ช่วยเจริญอาหารมีการอยากอาหารมากขึ้น ทำให้ระบบย่อยและระบบขับถ่ายดีขึ้น จึงสามารถป้องกันท้องผูกได้ ทำหน้าที่ช่วยในการนำกระแสประสาททำให้กล้ามเนื้อทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยในการเจริญเติบโต การสืบพันธ์ และการผลิตน้ำนม


    * แหล่งที่พบ
          o พบ มากใน เนื้อหมูและเนื้ออื่นๆ ยีสต์ ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง แป้งถั่วเหลือ ถั่วเมล็ดแห้ง ไข่แดง นม และผลไม้ก็พบได้บ้าง วิตามินตัวนี้จะพบในอาหารสด โดยเฉพาะตอนที่ยังไม่ถูกความร้อน


    * ปริมาณที่แนะนำ
          o คน ปกติจะต้องการ วิตามินบี 1  ในปริมาณ 25   30 มิลิกรัม ซึ่งพอใช้ใน 2- 3 อาทิตย์ แต่ละบุคคลก็จะมีความต้องการแตกต่างกันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้านเช่นเพศ น้ำหนักตัว แต่โดยทั่วไปร่างกายต้องการ 0.5 มิลลิกรัม/1000 กิโลแคลอรี่ ซึ่งในแต่ละวันจะต้องการดังนี้ ผู้ชาย ต้องการ 1.2   1.4 มิลลิกรัม/วัน ผู้หญิงต้องการ 1.0 มิลลิกรัม/วัน เด็ก 06   1.1 มิลลิกรัม/วัน สตรีตั้งคคภ์ 1.4 มิลลิกรัม/วัน สตรีให้นมบุตร 1.5 มิลลิกรัม/วัน


    * ผลของการขาด
          o การ ขาก วิตามินบี 1  อาจเกิดจากการขาดการอุปโภคที่ดี รวมทั้งโรคที่ก่อให้เกิดความต้องการวิตามินมากขึ้น เช่น โรคต่อมธัยรอยด์ทำงานมากกว่าปกติ โรคติดเชื้อ เป็นต้น รวมทั้งโรคที่ขัดขวางการดูดซึมของ วิตามินบี 1  เช่นโรคตับ โดยส่งผลให้ วิตามินบี 1  น้อยลง ทำให้เกิดโรคเห็บชา มีความผิดปกติทางระบบประสาท เช่นประสาทอักเสบ นอน บุคลิกภาพเสื่อม ความจำไม่ดี นอนไม่หลับ มีอาการทางหัวใจ เช่น มี ECG ที่ผิดปกติ หรืออาจทำให้เกิดหัวใจล้มเหลวได้ ในรายที่ขาดมากๆ อาจมีอาการเบื่ออาหาร ตามมาด้วยอาการท้องผูกได้ รวมทั้งสามารถทำให้เกิดโรคไหลตายได้


    * ผลของการได้รับมากไป
          o เนื่องจาก วิตามินบี 1  จะไม่มีการสะสมในร่างกาย เพราะมีการขับออกทางปัสสาวะ จึงไม่ปรากฏอาการเป็นพิษจากปริมาณ วิตามินบี 1  ที่เกิน


    * ข้อมูลอื่นๆ
          o การดูดซึม
                + ส่วน ใหญ่เกิดที่ผนังลำไส้เล็กส่วนต้นและตอนกลางซึ่งมีสภาวะเป็นด่าง ไม่มีการดูดซึมที่กระเพาะเนื่องจากจะไม่ถูกทำลายในกรดร่างกายจึงดุดซึมไม่ ได้ ร่างกายไม่สามารถเก็บสะสมได้ไม่มากนัก มีการขับออกทางปัสสาวะในรูปของ Thiamin หรือ pyrimidine ดังนั้นควรได้รับวิตามินชนิดนี้จากอาหารอย่างเพียงพอ
          o สารหรืออาหารเสริมฤทธิ์
                + วิตามินบีรวม วิตามินบี 2 กรดโฟลิค ไนอะซิน วิตามินอี แมงกานีส กำมะถัน และวิตามินซี
          o อาหารหรือสารต้านฤทธิ์
                + สาร ต้านไทอะมีนหรือ วิตามินบี 1  จะมี 2 ประเภทคือ สารต้านฤทธิ์ไทอะมีนที่ไม่ทนต่อความร้อน ได้แก่ น้ำย่อยไธอะมิเนส ซึ่งพบได้ในพวกปลาน้ำจืด ปลาร้า และหอยต่างๆ ถ้ากินอาหารพวกนี้ดิบๆ จะทำให้น้ำย่อยทำลาย วิตามินบี 1  โดยตรง สารต้านฤทธิ์อีกประเภทหนึ่งคือ สารต้านฤทธิ์ที่ทนต่อความร้อน ได้แก่ กรดแทนนิค กรดคาเฟอิก ซึ่งพบใน ชา กาแฟ ผักและผลไม้บางชนิดเช่น แอปเปิ้ล ใบพลู ใบหมาก ใบเหมี่ยง ผักบุ้ง ผักกระเฉด โดยสารที่ได้ของเหล่านี้จะส่งผลทำลาย วิตามินบี 1  โดยการไปรวมกับ วิตามินบี 1  ทำให้เสียโครงสร้างไป ถึงแม้สารพวกนี้จะผ่านความร้อนแล้วก็ตามแต่ก็ยังสามารถทำลาย วิตามินบี 1  ได้
          o การเสื่อมสลาย
                + การ หุงต้มธรรมดาจะไม่สูญเสีย แต่ถ้ามีการเคี่ยว หรือใช้ความร้อนนานๆ รวมทั้งมีการแช่น้ำนานๆ หรือมีการผสมกับด่าง เช่น โซดา ผงฟู จะมีการสูญเสีย การต้มไม่ควรเทน้ำทิ้ง
          o การประเมิน
                + สามารถ ทำได้โดยวัดปริมาณ วิตามินบี 1  ในปัสสาวะ การวัดการทำงานของเอนไซม์ transketolase ในเม็ดเลือดแดง และการวัดปริมาณ thiamine diphosphate ในเม็ดเลือดแดง โดยปกติระดับของไทอะมีนในซีรัม จะเท่ากับ 0.21   0.43 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร และในปัสสาวะจะมากกว่า 100 ไมโครกรัมใน 24 ชั่วโมง
 

Business Thailand
ศูนย์ข้อมูลธุรกิจและข้อมูลการตลาด

ตั๋วเครื่องบิน
WorldwideAirfare.com บริการ ตั๋วเครื่องบิน ราคาถูก ทั่วโลก

ทำมาหากิน
เว็บของคนทำมาหากิน ข้อมูลตลาดนัด แฟรนไชส์ และอาชีพเสริมต่าง ๆ