วิตามินบี 1 (THIAMINE)
วิตามินบี 1 หรือ thiamine จำเป็นสำหรับการเผาผลาญสารอาหารหรือเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ที่ใช้ใน ปฏิกิริยาการเผาอาหารพวกคาร์โบไฮเดรต ดังนั้นถ้าใช้พลังงานมาก หรือกินคาร์โบไฮเดรตมากจะต้องการวิตามินนี้มากขึ้น ช่วยการทำงานของระบบทางเดินอาหาร จึงเกี่ยวข้องกับความอยากอาหารการย่อยอาหารและการขับถ่ายอาหารที่มีบีหนึ่ง สูงช่วยให้มีความอยากอาหารดีขึ้น การย่อยอาหารและการขับถ่ายดีขึ้นหรือช่วยป้องกันท้องผูกได้ ช่วยการทำงานของระบบประสาทและหัวใจ เพราะวิตามินนี้จำเป็นสำหรับการสังเคราะห์สารพวก Acetylcholine ซึ่งควบคุมการทำงานของระบบประสาท ถ้าขาดวิตามินบีหนึ่งจะมีผลถึงประสาทและกล้ามเนื้อทั่วร่างกายหรือโรคเหน็บ ชา คือกล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียกไม่มีแรงผิวหนังไม่มีความรู้สึก และเป็นอัมพาตตามแขน และขา นอกจากนี้อาจมีอาการบวมตามตัวแขนขา และหัวใจบวมโตถ้าเป็นมากอาจถึงตายได้ ช่วยในการเจริญเติบโตการสืบพันธุ์ และการผลิตน้ำนม มีอยู่ในอาหารหลายชนิดในปริมาณน้อยๆ คือ มักต่ำกว่า 0.1 มก./ 100ก.แหล่งสำคัญของ thiamine ได้แก่ เนื้อหมู ตับ ถั่วเหลือง รำข้าว ข้าวซ้อมมือ weat germ และบูเวอร์ยีสต์ สำหรับข้าวที่สีจนขาว มี thyamine เหลืออยู่น้อยมาก นอกจากนี้ แบคทีเรียสามารถสังเคราะห์ได้เองในลำไส้ ปัจจุบันยังพบว่า บุคคลทั่วไปมักจะไม่เป็นโรคขาด วิตามินบี 1 นอกจากจะพบได้ในคนที่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง และผู้ป่วยโรคเหน็บชา
* ข้อมูลทั่วไป
o เป็นวิตามินตัวหนึ่งในวิตามินบีรวม รู้จักกันมานานแล้ว บางทีเรียก วิตามินบี 1 ว่า แอนตี้เบอริเบอริแฟคเตอร์ หรือ แอนตี้นิวริติคแฟคเตอร์ เนื่องจากเป็นวิตามินที่สามารถป้องกันการกระตุกของประสาท แต่เป็นที่รู้จักในชื่อ ไทอะมีน หรือ วิตามินบี 1 เป็นอินทรีโมเลกุลที่ประกอบด้วย pyridine และ thiazole เป็นวิตามินที่สลายตัวได้ง่ายที่สุดในบรรดาวิตามินบี
o คุณสมบัติ
+ เป็น ผลึกสีขาว ละลายน้ำได้ มีรสเค็ม กลิ่นคล้ายยีสต์ สลายตัวได้ง่ายในสภาวะด่าง แต่ในรูปกรดสามารถทนได้แม้อุณหภูมิสูงถึง 120 องศาเซลเซียส ก็สามารถทนได้ใน 1 ชม. แต่ปกติสลายตัวได้ง่ายในความร้อน
* ประโยชน์ต่อร่างกาย
o ช่วย ในการเผาพลาญสารอาหารหรือส่วนประกอบของโคเอนไซม์ในร่างกาย ช่วยในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ช่วยเจริญอาหารมีการอยากอาหารมากขึ้น ทำให้ระบบย่อยและระบบขับถ่ายดีขึ้น จึงสามารถป้องกันท้องผูกได้ ทำหน้าที่ช่วยในการนำกระแสประสาททำให้กล้ามเนื้อทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยในการเจริญเติบโต การสืบพันธ์ และการผลิตน้ำนม
* แหล่งที่พบ
o พบ มากใน เนื้อหมูและเนื้ออื่นๆ ยีสต์ ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง แป้งถั่วเหลือ ถั่วเมล็ดแห้ง ไข่แดง นม และผลไม้ก็พบได้บ้าง วิตามินตัวนี้จะพบในอาหารสด โดยเฉพาะตอนที่ยังไม่ถูกความร้อน
* ปริมาณที่แนะนำ
o คน ปกติจะต้องการ วิตามินบี 1 ในปริมาณ 25 30 มิลิกรัม ซึ่งพอใช้ใน 2- 3 อาทิตย์ แต่ละบุคคลก็จะมีความต้องการแตกต่างกันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้านเช่นเพศ น้ำหนักตัว แต่โดยทั่วไปร่างกายต้องการ 0.5 มิลลิกรัม/1000 กิโลแคลอรี่ ซึ่งในแต่ละวันจะต้องการดังนี้ ผู้ชาย ต้องการ 1.2 1.4 มิลลิกรัม/วัน ผู้หญิงต้องการ 1.0 มิลลิกรัม/วัน เด็ก 06 1.1 มิลลิกรัม/วัน สตรีตั้งคคภ์ 1.4 มิลลิกรัม/วัน สตรีให้นมบุตร 1.5 มิลลิกรัม/วัน
* ผลของการขาด
o การ ขาก วิตามินบี 1 อาจเกิดจากการขาดการอุปโภคที่ดี รวมทั้งโรคที่ก่อให้เกิดความต้องการวิตามินมากขึ้น เช่น โรคต่อมธัยรอยด์ทำงานมากกว่าปกติ โรคติดเชื้อ เป็นต้น รวมทั้งโรคที่ขัดขวางการดูดซึมของ วิตามินบี 1 เช่นโรคตับ โดยส่งผลให้ วิตามินบี 1 น้อยลง ทำให้เกิดโรคเห็บชา มีความผิดปกติทางระบบประสาท เช่นประสาทอักเสบ นอน บุคลิกภาพเสื่อม ความจำไม่ดี นอนไม่หลับ มีอาการทางหัวใจ เช่น มี ECG ที่ผิดปกติ หรืออาจทำให้เกิดหัวใจล้มเหลวได้ ในรายที่ขาดมากๆ อาจมีอาการเบื่ออาหาร ตามมาด้วยอาการท้องผูกได้ รวมทั้งสามารถทำให้เกิดโรคไหลตายได้
* ผลของการได้รับมากไป
o เนื่องจาก วิตามินบี 1 จะไม่มีการสะสมในร่างกาย เพราะมีการขับออกทางปัสสาวะ จึงไม่ปรากฏอาการเป็นพิษจากปริมาณ วิตามินบี 1 ที่เกิน
* ข้อมูลอื่นๆ
o การดูดซึม
+ ส่วน ใหญ่เกิดที่ผนังลำไส้เล็กส่วนต้นและตอนกลางซึ่งมีสภาวะเป็นด่าง ไม่มีการดูดซึมที่กระเพาะเนื่องจากจะไม่ถูกทำลายในกรดร่างกายจึงดุดซึมไม่ ได้ ร่างกายไม่สามารถเก็บสะสมได้ไม่มากนัก มีการขับออกทางปัสสาวะในรูปของ Thiamin หรือ pyrimidine ดังนั้นควรได้รับวิตามินชนิดนี้จากอาหารอย่างเพียงพอ
o สารหรืออาหารเสริมฤทธิ์
+ วิตามินบีรวม วิตามินบี 2 กรดโฟลิค ไนอะซิน วิตามินอี แมงกานีส กำมะถัน และวิตามินซี
o อาหารหรือสารต้านฤทธิ์
+ สาร ต้านไทอะมีนหรือ วิตามินบี 1 จะมี 2 ประเภทคือ สารต้านฤทธิ์ไทอะมีนที่ไม่ทนต่อความร้อน ได้แก่ น้ำย่อยไธอะมิเนส ซึ่งพบได้ในพวกปลาน้ำจืด ปลาร้า และหอยต่างๆ ถ้ากินอาหารพวกนี้ดิบๆ จะทำให้น้ำย่อยทำลาย วิตามินบี 1 โดยตรง สารต้านฤทธิ์อีกประเภทหนึ่งคือ สารต้านฤทธิ์ที่ทนต่อความร้อน ได้แก่ กรดแทนนิค กรดคาเฟอิก ซึ่งพบใน ชา กาแฟ ผักและผลไม้บางชนิดเช่น แอปเปิ้ล ใบพลู ใบหมาก ใบเหมี่ยง ผักบุ้ง ผักกระเฉด โดยสารที่ได้ของเหล่านี้จะส่งผลทำลาย วิตามินบี 1 โดยการไปรวมกับ วิตามินบี 1 ทำให้เสียโครงสร้างไป ถึงแม้สารพวกนี้จะผ่านความร้อนแล้วก็ตามแต่ก็ยังสามารถทำลาย วิตามินบี 1 ได้
o การเสื่อมสลาย
+ การ หุงต้มธรรมดาจะไม่สูญเสีย แต่ถ้ามีการเคี่ยว หรือใช้ความร้อนนานๆ รวมทั้งมีการแช่น้ำนานๆ หรือมีการผสมกับด่าง เช่น โซดา ผงฟู จะมีการสูญเสีย การต้มไม่ควรเทน้ำทิ้ง
o การประเมิน
+ สามารถ ทำได้โดยวัดปริมาณ วิตามินบี 1 ในปัสสาวะ การวัดการทำงานของเอนไซม์ transketolase ในเม็ดเลือดแดง และการวัดปริมาณ thiamine diphosphate ในเม็ดเลือดแดง โดยปกติระดับของไทอะมีนในซีรัม จะเท่ากับ 0.21 0.43 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร และในปัสสาวะจะมากกว่า 100 ไมโครกรัมใน 24 ชั่วโมง


