คลอรีน (CHLORIDE)
คลอรีน เป็นเกลือแร่ที่มีอยู่ในร่างกายในรูปของ คลอไรด์ โดยคลอไรด์เป็นธาตุซึ่งรวมกับโซเดียม และโปตัสเซียมเป็นสารประกอบที่จำเป็นสำหรับของเหลว ในร่างกายและ ความสมดุลอิเล็กโทรไลท์ส่วนใหญ่ในสารขับหลั่งจากทางเดินกระเพาะอาหาร ลำไส้ และในน้ำไขสันหลัง คลอไรด์จะถูกดูดซึมในลำไส้ และขับออกมาทางปัสสาวะและเหงื่อ การขาดธาตุนี้ไม่ค่อยพบ แต่ก็อาจเกิดขึ้นได้เนื่องจากการสูญเสียของเหลวจากร่างกายเนื่องจากการใช้ยา ขับปัสสาวะเป็นเวลานานๆ หรือในกรณีอุจจาระร่วง อาเจียน หรือแผลไฟไหม้อย่างรุนแรง การกินอาหารที่มีคลอไรด์โดยเฉลี่ยแล้วจะมีปริมาณสูง เนื่องจากการใช้เกลือแกง (โซเดียมคลอไรด์) และเนื่องจากสารอาหารส่วนใหญ่จะมีคลอไรด์อยู่แล้ว คลอไรด์จะทำลายวิตามิน อี และแบคทีเรียในลำไส้ที่มีประโยชน์ สามาถพบได้มากที่สุดใน อาหารทะเล
* ข้อมูลทั่วไป
o เป็นเกลือแร่ที่พบในทุกเซลล์ของร่างกาย ส่วนใหญ่พบนอกเซลล์ โดยเฉพาะที่ทางเดินอาหารจากน้ำคัดหลั่ง และน้ำไขสันหลัง มีคุณสมบัติเป็นกรด อยู่ในร่างกายในรูปของ คอร์ไรด์ โดยจะรวมตัวกับโซเดียมหรือโปตัสเซียม
* ประโยชน์ต่อร่างกาย
o ช่วยควบคุมสมดุลอิเล็คโตรล์ทและสมดุลของน้ำในร่างกาย โดยควบคุมกรดด่างในร่างกายด้วย ทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบของกรดเกลือในกระเพาะอาหาร
* แหล่งที่พบ
o พบมากในอาหารทะเล สาหร่ายทะเล เกลือแกง นอกจากนั้นยังพบใน เนื้อ นม ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต มะละกอสุก กะหล่ำปลี แตงกวา มะเขือเทศ หน่อไม้ฝรั่ง มะม่วง มะกอก แตงโม เป็นต้น
* ปริมาณที่แนะนำ
o ทารก 6- 11 เดือน 400 1,200 มิลลิกรัม เด็ก 1 3 ปี 500 1,500 มิลลิกรัม 4 -6 ปี 700 2,100 มิลลิกรัม 7 9 ปี 925 2,775 มิลลิกรัม วัยรุ่น 10 19 ปี 1,400 4,200 มิลลิกรัม ผู้ใหญ่ 1,700 5,100 มิลลิกรัม
* ผลของการขาด
o เบื่อ อาหาร ระบบการย่อยอาหารผิดปกติ กล้ามเนื้ออ่อนแรงและทำงานผิดปกติ น้ำหนักตัวไม่ขึ้นผมร่วง ฟันหลุด การขาดคลรีนมักเกิดร่วมกับโซเดียม เช่น การเสียเหงื่อ ท้องร่วง อาเจียน เป็นต้น
* ข้อมูลอื่นๆ
o การดูดซึม
+ คลอรีนจะดุดซึมที่ลำไส้และถูกขับออกทางปัสสาวะและเหงื่อ
o อาหารหรือสารที่เสริมฤทธิ์
+ โชเดียม เกลือแกง โปตัสเซียม อาหารทะเล
o อาหารหรือสารต้านฤทธิ์
+ พบว่าคลอรีนทำลายวิตามินอีและแบคทีเรียในลำไส้


