ฟลูออไรด์ (Fluorine)
เป็นสารประกอบของธาตุฟลูออรีน (f) ที่ไม่ใช่สารอาหารที่จำเป็นแก่ร่างกาย เพราะไม่มีผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและอื่น ๆ แต่ ฟลูออไรด์ สามารถลดอัตราการเกิดฟันผุ (dental caries) ได้ การใช้ ฟลูออไรด์ เสริมต้องระมัดระวัง เพราะอาจมีผลเสียต่อกระดูกในร่างกายได้ ฟลูออรีน (Fluorine) เป็นธาตุที่มีอยู่ทั่วไปในร่างกาย มีมากที่สุดในกระดูกและฟันโดยเฉพาะในส่วนเคลือบฟัน ฟลูออรีนในน้ำดื่มจำนวนพอเหมาะจะช่วยป้องกันโรคฟันผุในเด็กได้ ถ้าเป็นระยะที่ฟันกำลังจะขึ้นหรือก่อนฟันขึ้นจะได้ผลมากที่สุด แหล่งอาหารของฟลูออรีน อาหารที่มีมาก ได้แก่ ปลา ถั่วเมล็ดแห้ง ใบชา และในน้ำดื่ม ส่วนนม ผัก ผลไม้และเนื้อเสัตว์ มีฟลูออรีนอยู่น้อย น้ำที่มีฟลูออรีน 1 ส่วน ในล้านส่วนหรือลิตรละ 1-1.5 มิลลิกรัม จะช่วยป้องกันโรคฟันผุได้ ผลของการกินฟลูออรีนน้อย ถ้าเป็นระยะก่อนฟันขึ้นหรือฟันกำลังจะขึ้น อาจทำให้ฟันผุง่ายขึ้น ผลของการกินมาก ฟลูออรีนในน้ำบริโภคปริมาณสูงกว่า 2 ส่วนในล้านส่วนจะทำให้เคลือบฟันเป็นจุด ถ้ากินอาหารมีฟลูออรีนสูงกว่า 20 ส่วนในล้านส่วน เคลือบฟันจะไม่เป็นเงาเปราะ (Fluorosis) เกิดอันตรายแก่กระดูกหรือฟลูออรีนอาจเข้าไปแทนที่ไอโอดีนในการสร้างธัยรอยด์ ฮอร์โมนทำให้เกิดอันตรายได้
* ข้อมูลทั่วไป
o ฟลูออรีน เป็นเกลือแร่จำเป็นที่พบในเนื้อหนังเกือบทั่วร่างกายแต่จำนวนและที่พบ มากกว่าที่อื่นๆ คือที่โครงกระดูกและฟันและฟลูออลีนที่พบในร่างกายจะอยู่ในลักษณะเป็นสารผสม เรียกว่า ฟลูออไรด์ ซึ่งมี 2 ชนิดคือ โซเดียม ฟลูออไรด์ ที่เขาใช้เจือปนกับน้ำดื่มซึ่งต่างกันกับแคลเซียม ฟลูออไรด์ ที่พบตามธรรมชาติ
o ปริมาณฟลูออรีนในพืชผักนั้นไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม ดินฟ้าอากาศ พื้นที่ดินปลูกปุ๋ยที่ใช้ และบางแห่งใช้สเปรย์ที่มีฟลูออรีน
o สิ่งที่น่าสังเกตเกี่ยวกับฟลูออรีนกับสัตว์บางชนิด เช่น ไก่ เวลามันกินอาหารจะเห็นว่าไก่จิกก้อนกรวดกิน ที่ทำเช่นนี้เพราะสัญชาตญาณของไก่ ที่รู้ว่าก้อนกรวด ก้อนหินเป็นแหล่งกำเนิดที่ดีของฟลูออรีน เกลื่อแร่ชนิดนี้เป็นเป็นตัวสำคัญที่ทำให้ไข่แดงมีสีแดง เปลือกสีสวยและมีคุณค่าอาหารครบถ้วน
* ประโยชน์ต่อร่างกาย
o จาก การวิจัยพบว่า ฟลูออไรด์ จะเพิ่มการจับเกาะของแคลเซียมจึงทำให้กระดูกและฟันแข็งแรงและช่วยป้องกันโรค กระดูกพรุนในผู้สูงอายุ ( osteoporosis ) และความผิดปรกติของกระดูกที่จะถูกสร้างขึ้น
o ช่วยลดการเกิดกรดในปากเนื่องจากคาร์โบไฮเดรต ดังนั้นจึงไปลดการเสียของเคลือบฟัน ( tooth enamel )
o ทำ ให้นัยน์ตาดำ มีสีเข้มขึ้น มีสุขภาพดี และสวยงาม ซึ่งเกลือแร่ฟลูออรีนมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่มาก สำหรับผู้รักสวยรักงามจะขาดเสียไม่ได้
o ช่วยในการดูดซึมของเหล็ก
o ช่วยในการเจริญเติบโต และบำรุงระบบสืบพันธุ์
* แหล่งที่พบ
o สำหรับ มนุษย์นั้น ไม่สามารถจะพึ่งหินพึ่งกรวดแบบไก่ได้ แต่ธรรมชาาติก็มีอาหารให้หลายชนิดที่มีเกลือแร่ชนิดนี้ที่อุดมสมบูรณ์ เช่น อาหารทะเลต่างๆ น้ำมันตับปลา หัวบีท กระเทียม กะหล่ำปลี ผักโขม เจลาติน ไข่แดง ข้างต่างๆ แอปเปิล องุ่น ลูกแพร์ กล้วย เชอรี่ หัวแครอท ผักใบเขียว กระจับ ถั่ว ข้าวโพด หัวไชเท้า มะเขือ หัวหอม มันฝรั่ง เนย เมล็ดทานตะวัน และน้ำดื่ม ฟลูออรีนในน้ำดื่มจากบ่อน้ำธรรมชาติ น้ำบาดาล น้ำในลำธาร ที่จังหวัดชลบุรี เชียงใหม่ ชัยภูมิ และสุรินทร์สูงถึง 15-16 PPM และเคยมีตรวจปริมาณฟลูออรีนในน้ำปะปาจากจังหวัดต่างๆ พบว่าที่จังหวัดนคศรีธรรมราช สู.ถึง 2 PPM เชียงราย 0.5 PPM บางจังหวัดต่ำกว่า 0 PPM เช่น ตาก อุบลราชธานี ระยอง และตรัง
o องค์การอนามัยโลก กำหนดความเข้มข้นมาตรฐานของน้ำปะปาไว้ให้มีฟลูออรีนประมาณ 1 PPM ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่ปลอดภัย การให้ ฟลูออไรด์ อาจทำได้โดย
+ เติมในน้ำดื่ม การเติมในน้ำดื่มควรเติมประมาณ 1 ส่วนต่อน้ำหนึ่งล้านส่าวน ( 1 ppm ) แต่การเติม ฟลูออไรด์ ในน้ำปะปาทำได้ยกและสิ้นเปลืองมาก
+ ชนิดเม็ด อาจผสมวิตามินด้วยหรือไม่ก็ได้ และมักจะทำเป็นเม็ดขนาด 1 มิลลิกรัมของ ฟลูออไรด์ ในกรุงเทพมหานคร ซึ่ง ฟลูออไรด์ อยู่บ้าง ควรแนะนำให้เด็กอายุเกินกว่า 3 ปี กินประมาณวันละ 0.5 มก. และเด็กอายุ 2-3 ปี กินประมาณวันละ 0.3 มก. ถ้าอายุต่ำกว่า 1 ปี กินประมาณวันละ 0.2 มก.
+ ฟลูออไรด์ ในยาสีฟัน อาจช่วยลดฟันผุได้ประมาณร้อยละ 20-30 การผสมยา ฟลูออไรด์ ในน้ำหรือในยาสีฟัน จะได้ผลกับเด็กที่ฟันยังไม่เจริญเต็มที่เท่านั้น ถ้าผู้ใหญ่ที่มีฟันเจริญเต็มที่แล้วจะไม่ได้ผลอะไรเลย แพทย์แนะนำให้เริ่มใช้ตั้งแต่ทารกเริ่มมีฟันไปจนอายุ 15 ปี จึงหยุด
+ การเคลือบ ฟลูออไรด์ โดยใช้น้ำยาเคลือบบนผิวฟัน วิธีนี้ยุ่งยากและไม่สะดวกเพราะต้องไปหาทันตแพทย์
+ น้ำยา บ้วนปากชนิด ฟลูออไรด์ จากผลการวิจัยพบว่า ฟลูออไรด์ บนผิวเคลือบฟันมักจะหลุดออกไปอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากการสึกหรอของฟัน โดยการใช้บดเคี้ยว ขัดฟันและแปรงฟัน แต่ ฟลูออไรด์ นี้อาจทดแทนได้ ถ้าในช่องปากมี ฟลูออไรด์ อยู่ ดังนั้นนอกจากการใช้ ฟลูออไรด์ ในน้ำ ยาเม็ดหรือยาสีฟันแล้ว การใช้ยาอมบ้วนปากที่มี ฟลูออไรด์ ก็อาจช่วยได้ โดยใช้น้ำยา ฟลูออไรด์ ร้อยละ 0.2 อมและแปรงฟันทุก 2 สัปดาห์ หรือจะใช้ยาอมทุกวันก่อนนอนพร้อมกับการแปรงฟันที่ถูกวิธี อาจลดจำนวนฟันผุได้ถึงร้อยละ70
* ปริมาณที่แนะนำ
ปริมาณที่แนะนำในแต่ละวัน
ทารก 3 - 5 เดือน 0.1 - 05 มิลลิกรัม
วัยรุ่น 10 - 9 ปี 1.5 - 2.5 มิลลิกรัม
ผู้ใหญ่ 1.5 - 4.0 มิลลิกรัม
o การได้รับ ฟลูออไรด์ 1 ส่วนต่อน้ำล้านส่วนจะช่วยป้องกันฟันผุในเด็กจนอายุถึง 8-12 ปีได้ และในผู้ใหญ่บางรายอาจมีประโยชน์บ้างในการช่วยรักษาฟันให้แข็งแรงในคนปรกติ จะได้รับ ฟลูออไรด์ จากอาหารต่างๆประมาณ 1.8 มก. ต่อวัน และถ้าดื่มน้ำที่มีสารนี้ 1 ส่วน ต่อล้านส่วนจะได้รับ ฟลูออไรด์ เพิ่มขึ้นเป็น 3.2 มก. ต่อวัน ร่างกายจะเก็บไว้ในกระดูก 2-3 มก. ต่อวัน ในปริมาณดังกล่าวนี้จะไม่อันตรายต่อร่างกาย แต่ในคนที่ทำงานกลางแจ้งหรือนักกีฬาที่ต้องดื่มน้ำมากๆ จะได้รับ ฟลูออไรด์ จากน้ำมากขึ้น จนถึงขีดอันตรายต่อร่างกายได้
* ผลของการขาด
o การ ขาดเกลือแร่ฟลูออรีนจะทำให้ฟันผุ โรคกระดูกพรุน ถ้ามากเกินไปจะทำให้เกิดโรคฟลูออโรซิส ซึ่งมีลักษณะของอาการฟันเป็นลายจุดๆ และทำให้หินปูน เกิดขึ้นในเนื้อเยื่อได้ ไต ตับ ต่อมอะดรีนัล หัวใจ ประสาทส่วนกลาง อวัยวะสืบพันธุ์ถูกทำลายหรือกระทบกระเทือน
* ผลของการได้รับมากไป
o ฟัน ตกกระ (dental fluorosis หรือ mottled enamel) ในกรณีที่น้ำดื่มมี ฟลูออไรด์ ในอัตราส่วน 2-8 ส่วนต่อล้าน และบริโภคเป็นประจำ จะทำให้มีอาการสำคัญทางฟันและกระดูกคือเคลือบฟันจะมีลักษณะขาวด้านคล้าย ชอล์ค พื้นที่ผิวไม่เรียบ และมักมีจุดสีเหลืองหรือน้ำตาลจับอยู่ทั่วไป ผิวฟันไม่แข็งแรง
o การได้รับ ฟลูออไรด์ มากเกินไป ทำให้มีการยับยั้งเอนไซม์ที่มีแมกนีเซียมเป็นองค์ประกอบซึ่งมีความเกี่ยว ข้องกับเมตาบอลิซึมของฟอสเฟตและ TCA cycle
o ในเด็กที่ได้รับยาเม็ด ฟลูออไรด์ เกินขนาด อาการเฉียบพลันคือ น้ำลายไหล คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเดิน ชัก หัวใจวาย ตายได้
o กระดูก แน่นทึบ ( skeleton or bone fluorosis ) ในกรณีที่น้ำดื่มมี ฟลูออไรด์ ในอัตราส่วน 8-20 ส่วนต่อล้านส่วน อาการที่ปรากฏคือ กระดูกจะมีเกลือแร่ไปจับอยู่มากกว่าปกติ ทำให้กระดูกหนาขึ้น ผิวไม่เรียบและมักมีกระดูกงอกที่บริเวณที่เกาะของเอ็นและกล้ามเนื้อและมากไป จนกดประสาททำให้มีอาการทางประสาทด้วย
o นอกจากนี้การได้รับ ฟลูออไรด์ มากจะทำให้การเจริญ เติบโตลดลง และเป็นสาเหตุทำให้เกิดการเสื่อมของไต ตับ ต่อมหมวกไต หัวใจ ระบบประสาทและสุดท้ายคือระบบสืบพันธุ์
o การเป็นพิษที่จะเกิดกับเด็กในท้องจะเกิดขึ้นเมื่อได้รับ ฟลูออไรด์ 50 ส่วนต่อล้าน หรือ 2500เท่า ของปริมาณที่แนะนำ
* ข้อมูลอื่นๆ
o การดูดซึม
+ ส่วน ใหญ่ดูดซึมที่ลำไส้เล็กแต่ก็มีบางส่วนถูกดูดซึมที่กระเพราะ ประมาณร้อยละ 90 ของ ฟลูออไรด์ ที่กินเข้าไปจะเข้าไปในกระแสโลหิต ซึ่งประมาณครึ่งหนึ่งจะขับออกทางปัสสาวะ และอีกครึ่งหนึ่งจะไปจับที่ฟันและกระดูก ฟลูออไรด์ ในเลือดแยกออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งจะอยู่ในรูปของไอออนอิสระ และอีกส่วนจะอยู่รวมกับโปรตีนและอัลบูมิน ฟลูออไรด์ ที่อยู่ในรูปไอออนอิสระมีความสำคัญต่อร่างกายโดยทำหน้าที่ต่างๆดัง ที่กล่าวมาแล้ว
o อาหารหรือสารเสริมฤทธิ์
+ แคลเซียม ช่วยละลายพิษถ้าเกิดกับฟลูออรีน
+ น้ำฟลูโอไรเดท ( FLUORIDATED WATER ) หรือน้ำที่เติมฟลูออรีนแล้ว
o อาหารหรือสารต้านฤทธิ์
+ ยังไม่พบหลักฐาน แต่สิ่งที่รบกวนการดูดซึมของฟลูออรีน ได้แก่ เกลืออะลูมินัมของฟลูออรีน ( ALUMINIUM SALT OF FLUORINE ) และแคลเซียมประเภทไม่ละลายน้ำ


