โคลีน (CHOLINE)
โคลีน เป็นที่รู้จักกันมานานแล้วว่า โคลีนเป็นส่วนประกอบของ Lecithin ซึ่งเป็นฟอสโฟไลปิดชนิดหนึ่ง ดังนั้นจึงจำเป็นสำหรับการใช้ไขมัน ในร่างกายของคนและสัตว์ โคลีนเป็นของเหลวข้นไม่มีสี ละลายในน้ำ และแอลกอฮอล์ ไม่คงตัวเมื่อถูกด่าง ในร่างกายจะอยู่ในรูปฟอสโฟไลปิดหรือ acetylcholine จำเป็นสำหรับการสังเคราะห์โปรตีนและฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต เป็นสารที่ให้กลุ่มเมธิลแก่สารอื่น ใช้สร้างสารฟอสโฟไลปิด เช่น เลซิติน ป้องกันไม่ใช้ไขมันสะสมในตับ (Lipotropic factors) และเป็นส่วนประกอบของ Acetylcholine ซึ่งจำเป็นสำหรับการทำงานของระบบประสาท อาหารที่มีโคลีนมากได้แก่ ได้แก่ ไข่แดง เครื่องในสัตว์ เช่น ตับ สมอง จมูกข้าว และถั่วเมล็ดแห้ง ขณะนี้ยังไม่ทราบความต้องการแน่นอนอาหารปกติมีโคลีนประมาณ 250-600 มิลลิกรัมต่อวัน บัคเตรีในลำไส้สามารถสังเคราะห์โคลีนได้ปัญหาการขาดโคลีนยัง ไม่ปรากฎในคน ในร่างกายกรดอะมิโนเมธิโอนีนอาจเปลี่ยนเป็นโคลีนได้
* ข้อมูลทั่วไป
o เป็นวิตามินที่ละลายน้ำได้ จัดเป็นวิตามินบีรวม บางครั้งเรียกโคลีนว่า อะมานีทีน หรือลิพโพทรอพปิคแฟคเตอร์ ร่างกายสามารถสร้างโคลีนได้โดยตับ บางทีจึงมีคนจัดเป็นวิตามินเทียม
* ประโยชน์ต่อร่างกาย
o ช่วย ในการสร้างเลซิติน ป้องกันการจับตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด ป้องกันนิ้วในนิ่วในถุงน้ำดี ป้องกันการเกาะกลุ่มของไขมันไม่ให้เป็นก้อน ช่วยเพิ่มความต้านทานของร่างกายทำงานร่วมกับอีโนซิตอลในการถ่ายเทวิตามินที่ ละลายในไขมันให้กระจายไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย รักษาสุขภาพของระบบประสาท
* แหล่งที่พบ
o โค ลีนมีมากในไข่แดง ตับแห้ เลซิตินชนิดเกร็ด หัวใจวัว และเนื้อเสต็ก นอกจากนั้นยังพบในผักใบเขียวและผักลงหัวชนิดต่างๆ ผักกาดที่มีต้นกลมกรอบหรือรู้จักกันในนามเลททิ้ว ผลไม้รสเปรี้ยว กล้วย ข้าวโพด ข้าวสาลี เนื้อไก่ หอย นม เป็นต้น
* ปริมาณที่แนะนำ
o ยังไม่ทราบความต้องการแน่ชัดในคน แต่นมที่เลี้ยงทารกควรมีโคลีน 7 มิลลิกรัมต่อ 100 กิโลแคลอรีซึ่งเท่ากับที่มีในนมแม่
* ผลของการขาด
o ความ ต้านทานต่อโรคและการอักเสบต่ำ ผนังเส้นเลือดเสื่อมเนื่องจากผนังของหลอดเลือดแข็ง ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง เกิดลิ่มเลือด และสามารถอุดตันได้ ประสาทเสื่อม รวมทั้งตับถูกทำลายส่งผลให้ตับแข็งได้ด้วย
* ข้อมูลอื่นๆ
o การดูดซึม
+ โคลีนในรูปอิสระจะดุดซึมไม่ได้ดี สามารถเป็นเป็น trimethylamine โดยแบคทีเรียในลำไส้ได้ถ้าหากบริโภคในปริมาณมาก
o อาหารหรือสารที่เสริมฤทธิ์
+ วิตามินเอ วินตามินบีรวม วิตามินบี 12 อีโนซิตอล กรดโฟลิค กรดลิโนเลอิค
o อาหารหรือสารทีต้านฤทธิ์
+ สุรา น้ำตาลที่มากเกินไป



