ศูนย์สุขภาพและโภชนาการไทย

ศูนย์ สุขภาพ และ โภชนาการ ไทย

Saturday
May 19th

Home โภชนาการ เกลือแร่ ฟอสฟอรัส (PHOSPHORUS)

ฟอสฟอรัส (PHOSPHORUS)

อีเมล พิมพ์ PDF

ฟอสฟอรัส  (PHOSPHORUS)
ความสมดุลของ ฟอสฟอรัส  และแคลเซียมในร่างกายทำให้เกลือแร่ทุกอย่างปฎิบัติหน้าที่ได้ดีมี ประสิทธิภาพมากที่สุด  ฟอสฟอรัส จะพบในอาหารเกือบทุกชนิดอาหารที่มีโปรตีนและแคลเซียมสูงมักจะมี  ฟอสฟอรัส สูงด้วย หน้าที่ของ ฟอสฟอรัส ต่อร่างกายเป็นส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน ให้เป็นไปอย่างปกติและควบคุมการทำงานของไต , ช่วยให้วิตามิน บี ต่าง ๆ ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ , เป็นปัจจัยสำคัญในการเผาผลาญ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน , เป็นส่วนที่จำเป็นของ นิวคลีโอโปรตีน (Nucleoprotein) ,ส่งแรงกระตุ้นของประสาท ,เป็นส่วนประกอบของฟอสโฟลิปิด , มีความสำคัญสำหรับการเจริญเติบโต การซ่อมแซมเนื้อเยื่อ การเก็บและการให้พลังงานออกมา ,ช่วยในการส่งสัญญาณของตัวกระตุ้นประสาท และช่วยรักษาสุขภาพระบบประสาทให้ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ,ช่วยควบคุม ความสมดุลของกรด และด่างในเลือด ,ช่วยการดูดซึมของอาหารจากลำไส้เข้าสู่ร่างกายและส่งเสริมการขับฮอร์โมนออก จากต่อม,กระตุ้นการคลายตัวของกล้ามเนื้อ รวมถึงกล้ามเนื้อของหัวใจด้วย,วิตามิน บีสอง และบีสาม จะย่อยไม่ได้ถ้าปราศจาก ฟอสฟอรัส  ถ้าขาด ฟอสฟอรัส จะทำให้มีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีความอยากรับประทานอาหาร ปวดกระดูก เจ็บขัด ๆ ตามข้อต่าง ๆ ครั่นเนื้อครั่นตัว และประสาทส่วนกลางผิดปกติ เช่น รู้สึกหงุดหงิดกล้ามเนื้อไม่มีแรง ชา รู้สึกเหมือนเข็มแทง การพูดผิดปกติจับต้นชนปลายไม่ถูก ความคิดสับสน กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนกำลัง บางคนชักไม่รู้สึกตัว และระบบหายใจล้มเหลวในที่สุด ในกรณีที่ได้รับ ฟอสฟอรัส  แคลเซียม หรือวิตามินไม่เพียงพอจะมีผลทำให้การเจริญเติบโตช้าลง กระดูกและฟันมีคุณภาพไม่ดี การขาด ฟอสฟอรัส เพียงอย่างเดียวมักไม่พบในคนทั่วไป เพราะอาหารทุกชนิดมี ฟอสฟอรัส เป็นองค์ประกอบ การขาดความสมดุลระหว่างแคลเซียมและ ฟอสฟอรัส มีผลทำให้เป็นโรค เช่น ข้ออักเสบ (Arthritis) น้ำหนองไหล (Pyorrhea) กระดูกอ่อน (Rickets) และฟันผุ  ฟอสฟอรัส พบในอาหารเกือบทุกชนิด เนื้อ (Meats) สัตว์ปีก (Poultry) และปลามี ฟอสฟอรัส มากกว่าแคลเซียม ไข่ เมล็ดธัญพืช นัท ถั่วเมล็ดแห้ง เมล็ดฟักทอง เมล็ดแตงโม และเมล็ดทานตะวัน สิ่งที่ขัดขวางการดูดซึม * เหล็ก อลูมินัมและแมกนีเซียมในปริมาณมาก * น้ำตาลทรายขาว * การบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง

    * ข้อมูลทั่วไป
          o  ฟอสฟอรัส  เป็นเกลือแร่สำคัญในกระดูก โดยมีอัตราส่วน ฟอสฟอรัส ต่อแคลเซียม 1:2 ประมาณ 85 % ของ ฟอสฟอรัส ในร่างกายคนอยู่ในกระดูกและฟันในรูปของ แคลเซียมฟอสเฟต (Calcium phosphate) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของผลึกไฮดรอกซีอะพาไทต์ ผลึกนี้จะเสริมสร้างความแข็งแรงและความแข็งแกร่งแก่กระดูกและฟัน
          o ความสมดุลของ ฟอสฟอรัส  และแคลเซียมในร่างกายนี้ทำให้เกลือแร่ทุกอย่างปฎิบัติหน้าที่ได้ดีมี ประสิทธิภาพมากที่สุด  ฟอสฟอรัส จะพบในอาหารเกือบทุกชนิดอาหารที่มีโปรตีนและแคลเซียมสูงมักจะมี  ฟอสฟอรัส สูงด้วย การขาดเกลือแร่ชนิดนี้แทบจะไม่เป็นปัญหาเลยสำหรับคนปกติทั่ว ๆ ไป

 

    * ประโยชน์ต่อร่างกาย
          o เป็นส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตของกระดูกและฟันให้เป็นไปอย่างปกติและควบคุมการทำงานของไต
          o  ฟอสฟอรัส  ช่วยให้วิตามิน บี ต่าง ๆ ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ
          o ป็น ปัจจัยสำคัญในการเผาผลาญ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน คือเป็นตัวประสานของเอนไซม์ และจะเกี่ยวข้องกับปฎิกิริยาทางเคมีในร่างกายเกือบทุกชนิดเพราะมันอยู่ในทุก ๆ เซลล์
          o เป็นส่วนที่จำเป็นของ นิวคลีโอโปรตีน (Nucleoprotein) ซึ่งเป็นส่วนที่รับผิดชอบในการแบ่งตัวของเซลล์และถ่ายทอดลักษณะของพ่อแม่ไป ยังลูก
          o จำเป็นสำหรับการทำงานของไต และส่งแรงกระตุ้นของประสาท
          o ป็น ส่วนประกอบของฟอสโฟลิปิด ซึ่งเป็นองค์ประกอบในเยื่อเซลล์และไลโปโปรตีน ซึ่งช่วยในการขนส่งไขมัน และกรดไขมัน ช่วยป้องกันการสะสมที่มากเกินไปของกรดและด่างในเลือด ช่วยในการส่งสารผ่านผนังเซลล์และส่งเสริมการขับของฮอร์โมนจากต่อมต่าง ๆ (Glandular hormones) นอกจากนี้ ฟอสโฟลิปิด ยังจำเป็นสำหรับสุขภาพของประสาทและ การทำงานของจิตใจที่มีประสิทธิภาพ
          o มีความสำคัญสำหรับการเจริญเติบโต การซ่อมแซมเนื้อเยื่อ การเก็บและการให้พลังงานออกมา คือช่วยในการสร้างพลังของเซลล์ในร่างกายทั้งหมด
          o ช่วยในการส่งสัญญาณของตัวกระตุ้นประสาท และช่วยรักษาสุขภาพระบบประสาทให้ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ
          o ช่วยควบคุมความสมดุลของกรด และด่างในเลือด คือมากไปทางด่าง pH. 7.39 -7.41
          o ช่วยการดูดซึมของอาหารจากลำไส้เข้าสู่ร่างกายและส่งเสริมการขับฮอร์โมนออกจากต่อม
          o กระตุ้นการคลายตัวของกล้ามเนื้อ รวมถึงกล้ามเนื้อของหัวใจด้วย
          o วิตามิน บีสอง และบีสาม จะย่อยไม่ได้ถ้าปราศจาก ฟอสฟอรัส

 


    * แหล่งที่พบ
          o  ฟอสฟอรัส  พบในอาหารเกือบทุกชนิด เนื้อ (Meats) สัตว์ปีก (Poultry) และปลามี ฟอสฟอรัส มากกว่าแคลเซียม 15-20 เท่า ส่วนไข่ เมล็ดธัญพืช นัท ถั่วเมล็ดแห้ง มี ฟอสฟอรัส มากกว่าแคลเซียม 2 เท่า นมวัวมี ฟอสฟอรัส และแคลเซียมมากกว่านมแม่ โดยมีอัตราส่วนของแคลเซียมต่อ ฟอสฟอรัส เป็น 1.3 : 1.0 และ 2.3 : 1.0 ในนมวัวและนมแม่ตามลำดับเมล็ดพืชที่นิยมบริโภคนั้น พบว่าเมล็ดฟักทองมีปริมาณ ฟอสฟอรัส สูงที่สุด 975 (mg/100g) เมื่อเปรียบเทียบกับเมล็ดแตงโม 483 (mg/100g) และเมล็ดทานตะวัน 632 (mg/100g)


    * ปริมาณที่แนะนำ
            ทารก                 240 - 360 มิลลิกรัม / วัน
            เด็ก      1 - 9 ปี            800 มิลลิกรัม / วัน
                  10 - 19 ปี            1200 มิลลิกรัม / วัน
            ผู้ใหญ่                         800 มิลลิกรัม / วัน
          o หญิงมีครรภ์ และมารดาให้นมบุตรเพิ่มขึ้นอีก 400 มิลลิกรัม

 

    * ผลของการขาด
          o เกลือ แร่ชนิดนี้ส่วนใหญ่ร่างกายจะได้รับอย่างเพียงพอ เหมือนกับแคลเซียม ถ้าหากว่าเราได้อาหารอย่างถูกต้องและครบถ้วน อาหารใดมีแคลเซียมมาก มักมี ฟอสฟอรัส มากด้วย อย่างไรก็ดีถ้าขาดจะทำให้มีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีความอยากรับประทานอาหาร ปวดกระดูก เจ็บขัด ๆ ตามข้อต่าง ๆ ครั่นเนื้อครั่นตัว และประสาทส่วนกลางผิดปกติ เช่น รู้สึกหงุดหงิดกล้ามเนื้อไม่มีแรง ชา รู้สึกเหมือนเข็มแทง การพูดผิดปกติจับต้นชนปลายไม่ถูก ความคิดสับสน กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนกำลัง บางคนชักไม่รู้สึกตัว และระบบหายใจล้มเหลวในที่สุด
          o ในกรณีที่ได้รับ ฟอสฟอรัส  แคลเซียม หรือวิตามินไม่เพียงพอจะมีผลทำให้การเจริญเติบโตช้าลง กระดูกและฟันมีคุณภาพไม่ดี การขาด ฟอสฟอรัส เพียงอย่างเดียวมักไม่พบในคนทั่วไป เพราะอาหารทุกชนิดมี ฟอสฟอรัส เป็นองค์ประกอบ
          o การขาดความสมดุลระหว่าง แคลเซียมและ ฟอสฟอรัส มีผลทำให้เป็นโรค เช่น ข้ออักเสบ (Arthritis) น้ำหนองไหล (Pyorrhea) กระดูกอ่อน (Rickets) และฟันผุ
          o ในคนที่กินยาลดกรดที่ประกอบด้วยสารอลูมินัมไฮดรอก ไซค์ (Aluminum hydroxide) เป็นระยะเวลานาน จะทำให้เกิดการขาด ฟอสฟอรัส  จะเป็นสาเหตุทำให้ไม่มีความอยากอาหาร น้ำหนักลดหรือในทางตรงกันข้ามน้ำหนักเพิ่ม การหายใจผิดปกติ เหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ และจะมีความผิดปกติของประสาท

 

    * ผลของการได้รับมากไป
          o ถ้า ได้รับอะลูมิเนียมมากเกินไปจะเกิดอาการเป็นพิษ ท้องผูก ปวดท้อง เสียดในท้องแถวๆลำไส้ใหญ่ รับประทานอาหารได้น้อย คลื่นไส้ กล้ามเนื้อขากระตุก เหงื่อออกมามากเกินปกติและหมดแรง ผู้ที่มีอาการอะลูมิเนียมเป็นพิษควรเลิกใช้ภาชนะหุงต้ม หรือจานชามใส่อาหารที่มีส่วนผสมอะลูมิเนียม และไม่ควรดื่มน้ำประปา
          o ในรายที่พบว่ามีอะลูมิเนียม ในเลือดจำนวนเล็กน้อย สามารถทำให้เกิดอาการค่อยเป็นค่อยไปกับศูนย์กลางสั่งการเคลื่อนไหวของร่าง กายจะเริ่มมีอาการของอัมพาต และชาเป็นส่วนๆ พร้อมไปกับการเสื่อมของไตและตับเนื่องจากไขมันสะสม นอกจากรูปร่างขนาด และที่ตั้งของประสาทส่วนกลางเปลี่ยนไปด้วย รวมทั้งมีการอักเสบของกระเพาะและลำไส้ อาการเหล่านี้เนื่องจากสมรรถภาพของร่างกายในการที่จะขับสารพิษนี้ออกได้ไม่ สมบูรณ์
          o การบริโภค ฟอสฟอรัส ในปริมาณ ที่มากเกินความต้องการของร่างกาย ในขณะที่ปริมาณแคลเซียมอยู่ในเกณฑ์ปรกติหรือต่ำกว่าปรกติจะทำให้ภาวะ Hyperparathyroidism ทำให้มีการสูญเสียแคลเซียมไปจากกระดูก ภาวะเช่นนี้อาจพบได้ในเด็กวัยรุ่น และหนุ่มสาวในประเทศทางตะวันตก ซึ่งขึ้นอยู่กับบริโภคนิสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริโภคเครื่องดื่ม (Sopft drinks) ชนิดต่าง ๆ ที่มีกรดฟอสฟอริค เช่น โคคาโคล่า แทนการดื่มนม ทำให้มีระดับแคลเซียมต่ำและ ฟอสฟอรัส สูง แหล่งที่มาของ ฟอสฟอรัส ในอาหารที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งคือ มาจากสารปรุงแต่งอาหาร (Food additive) ที่ใช้ในขบวนการผลิตอาหารการบริโภคอาหารที่มีปริมาณ ฟอสฟอรัส สูงและแคลเซียม ต่ำเป็นเวลานาน ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนที่ควบคุม ของแคลเซียม ซึ่งทำให้มีการสูญเสียแคลเซียมจากกระดูก และเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) อัตราส่วนของแคลเซียมต่อ ฟอสฟอรัส ในอาหารที่ไม่ทำให้เกิดการสูญเสียเกลือแร่ จากกระดูก ในภาวะปรกติทั่วไป คือ 1 : 1

    * ข้อมูลอื่นๆ
          o การดูดซึม
                +  ฟอสฟอรัส  ที่ได้จากอาหารประมาณร้อยละ 70 จะถูกดูดซึมในรูปของฟอสเฟตอิสระ ซึ่งประสิทธิภาพการดูดซึมของสารนี้เป็นไปตามปริมาณ ฟอสฟอรัส ในอาหารและแหล่ง อาหาร ตำแหน่งที่ ฟอสฟอรัส ถูกดูดซึมคือ ลำไส้เล็กตอนกลางและตอนปลาย ร้อยละ 88 ของ ฟอสฟอรัส ที่ถูกดูดซึมจะเก็บไว้ในกระดูกและฟันรวมกับแคลเซียม ส่วนไตเป็นอวัยวะที่ควบคุมระดับ ฟอสฟอรัส ในเลือด ดังนั้นถ้าได้รับมากไปก็จะขับออกไปทางปัสสาวะ  ฟอสฟอรัส ปริมาณ 1/3 ของที่บริโภคถูกขับออกทางอุจจาระ
                + สิ่งที่ช่วยในการดูดซึม
                    วิตามิน ดี แคลเซียม และพาราธัยรอยด์ฮอร์โมน
                + สิ่งที่ขัดขวางการดูดซึม
                    เหล็ก อลูมินัมและแมกนีเซียมในปริมาณมากเพราะแร่ธาตุเหล่านี้จะพยายามรวมกับ ฟอสฟอรัส  ทำให้เกิดฟอสเฟตที่ไม่ละลาย
                    น้ำตาลทรายขาวจะไปรบกวนความสมดุลของแคลเซียมและ ฟอสฟอรัส
                    การบริโภคอาหารที่มีไขมันสูงหรือสภาพของการย่อยที่ป้องกันการดูดซึมไขมันจะ ไปเพิ่มการดูดซึมของ ฟอสฟอรัส ในลำไส้ แต่สภาพเช่นนี้เป็นสภาพที่ไม่ดี เพราะจะไปลดปริมาณของแคลเซียมที่ถูกดูดซึมและทำให้ความสมดุลของแคลเซียมและ  ฟอสฟอรัส ผิดไป
          o สารหรืออาหารเสริมฤทธิ์
                + วิตามิน เอ
                + วิตามิน ดี
                + วิตามิน เอฟ (Unsaturated fatty acids)
                + แคลเซียม
                + เหล็ก
                + แมงกานีส
                + โปรตีน
          o อาหารหรือสารต้านฤทธิ์
                + สุรา
                + ยาแก้สภาพกรดในกระเพาะ (Antacids)
                + ยาแอสไพริน ยาลดไข้ แก้ปวด
                + ยาคอร์ติโคสเตอรอยด์ เช่น คอร์ติโซน เพร็ดนิโซโลน เพร็ดนิโซน
                + ยาขับปัสสาวะ
                + ยาพวกไทรอยด์
          o การประเมิน
                + เนื่อง จากปริมาณ ฟอสฟอรัส ที่มีอยู่ใน Extracellular fluid มีน้อยมากประมาณ 1 %การวัดปริมาณ ฟอสฟอรัส ในพลาสมา จะไม่เป็นดัชนีบ่งชี้ที่ดีของปริมาณ ฟอสฟอรัส ในร่างกาย เมื่อปริมาณ ฟอสฟอรัส ในพลาสมาเพิ่มขึ้นจะเป็นผลมาจากการสลายตัวของกระดูกและ กล้ามเนื้อ หรือถ้าปริมาณลดลงก็เป็นเพราะมีการเคลื่อนย้าย ฟอสฟอรัส เข้าไปในเซลล์
                + ในภาวะปรกติ  ฟอสฟอรัส ในปัสสาวะจะสะท้อนให้เห็นถึงปริมาณ ฟอสฟอรัส ในอาหารที่บริโภค แต่ในภาวะที่มี ฟอสฟอรัส ในปัสสาวะต่ำ แคลเซียมในปัสสาวะจะสูง เมื่อมีการขาด ฟอสฟอรัส สามารถจะวัดปริมาณ Enzyme alkaline phosphatase และวิตามินดีในซีรัมได้ด้วย แต่ตัวบ่งชี้เหล่านี้ไม่มีความจำเพาะที่จะใช้ทำนายปริมาณ ฟอสฟอรัส ในร่างกาย ได้
                + วิธีการที่ใช้ในการตรวจปริมาณ ฟอสฟอรัส ในร่าง กายคือ Nuclear magnetic resonance (NMR) technique เป็นวิธีการที่ใช้ในงานวิจัยเพื่อประเมิน ฟอสฟอรัส ที่อยู่ในเซลล์ทั่วร่างกาย เป็นวิธีการตรวจที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง ยุ่งยาก และเอาไปประยุกต์ใช้ได้ในวงจำกัด จึงจำเป็นจะต้องพัฒนาวิธีใหม่เพื่อที่จะนำมาใช้ประเมินภาวะ ฟอสฟอรัส ในร่าง กาย

 

เมนูโภชนาการและสุขภาพ


Business Thailand
ศูนย์ข้อมูลธุรกิจและข้อมูลการตลาด

SiamAirfare.com
Siamairfare.com บริการ ตั๋วเครื่องบิน ราคาถูก ทั่วโลก

ทำมาหากิน
เว็บของคนทำมาหากิน ข้อมูลตลาดนัด แฟรนไชส์ และอาชีพเสริมต่าง ๆ