ศูนย์สุขภาพและโภชนาการไทย

ศูนย์ สุขภาพ และ โภชนาการ ไทย

Saturday
May 19th

Home โภชนาการ เกลือแร่ โปตัสเซียม (POTASSIUM)

โปตัสเซียม (POTASSIUM)

อีเมล พิมพ์ PDF

โปตัสเซียม  (POTASSIUM)  

โปตัสเซียม เป็นอิเล็กโทรไลท์ ที่พบส่วนใหญ่ในของเหลวภายในเซลล์ ทำงานร่วมกับโซเดียมเพื่อช่วยควบคุมสมดุลของของเหลวในเซลล์ และมีความสำคัญในการควบคุมสมดุลอันนี้ให้เป็นปกติ อัลโดสเตอโรนซึ่งเป็นฮอร์โมนจากต่อมแอดรีนัลจะเป็นตัวคอยควบคุมการขับถ่ายโป ตัสเซียม การใช้ยา เช่นยาขับปัสสาวะ คอร์ติโซน หรือ อัลโดสเตอโรน ท้องร่วงหรืออาเจียนอย่างรุนแรง เหงื่อออกมากเกินไป การผ่าตัดใหญ่หรือบาดแผลใหญ่ ความเครียด เกลือที่มากเกินไปในอาหาร เป็นปัจจัยที่ทำให้ โปตัสเซียม ในร่างกายลดลง หน้าที่ภายในเซลล์ช่วยควบคุมของเหลวและสมดุลของอิเล็กโทรไลท์ภายในเซลล์ และยังจำเป็นสำหรับการหดตัวของกล้ามเนื้อ และการส่งสัญญาณของการกระตุ้นประสาท เป็นตัวสำคัญในการควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ หากขาด โปตัสเซียม นานๆ ทำให้เกิด มีการสะสมโซเดียมในหัวใจและเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ ทำให้การเผาผลาญกลูโคสไม่ดีพอเกิดโรคน้ำตาลในเลือดต่ำ กล้ามเนื้อไม่มีแรง เหนื่อยง่ายและนอนไม่หลับ การเต้นหัวใจไม่เป็นปกติ บวมผิดปกติทางประสาท ผนังลำไส้ไม่มีกำลัง ทำให้เกิดอาหารไม่ย่อยและทำให้ท้องผูกตและปอดทำงานล้มเหลว อาการเป็นพิษ ในโรคไต ความสามารถของไตที่จะขับ โปตัสเซียม อาจไม่ดีพอ เป็นผลให้เกิด โปตัสเซียม มากเกินไป และมีอาการเหล่านี้คือ จังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ เจ็บหัวใจ กล้ามเนื้อไม่มีแรงและเกิดอัมพาต
แหล่ง อาหารที่พบมากที่สุดคือ มันฝรั่ง ( โดยเฉพาะเปลือก ) และกล้วย นอกจากนี้ยังพบในปลา เนื้อ นม เนย โยเกิร์ต บริเวอร์ยีสต์ โมลาส ( MOLASSES ) หรือน้ำเหลืองอ้อย ข้าวต่างๆ ( ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ) รำข้าวสาลี แป้ง   ถั่วเหลือง ถั่ว เม็ดอัลมอนด์ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดผักชี ยี่หร่า ผักต่างๆ โดยเฉพาะผักสีเขียว และผลไม้ เช่น กล้วย ส้ม มะม่วง มะละกอ เชอรี่ แอปเปิล ผลไม้แห้ง

    * ข้อมูลทั่วไป
          o โป ตัสเซียมเป็นเกลือแร่จำเป็นที่พบในเซลล์และนอกเซลล์ เป็นส่วนน้อยจะพบ โปตัสเซียม เพียง 5 % ของเกลือแร่ทั้งหมดในร่างกาย มีคุณสมบัติเป็นด่าง ฮอร์โมนอัลดอสเตอรอน ( ALDOSTERON ) จากต่อมไร้ท่ออะดรีนัล จะกระตุ้นการขับ โปตัสเซียม ที่เกินความต้องการออกจากร่างกาย ซึ่งตามปกติจะขับ โปตัสเซียม ออกทางปัสสาวะ เหงื่อ และส่วนน้อยออกทางอุจจาระ การรับประทานอาหารโปรตีน แคลเซียม และเหล็กเพียงพอร่างกายจะได้ โปตัสเซียม ด้วย

 

    * ประโยชน์ต่อร่างกาย
          o จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตตามปกติ
          o ควบคุมความดันออสโมติคภายในเซลล์ โดยการทำงานร่วมกับโซเดียมเพื่อรักษาภาวะสมดุลน้ำในร่างกาย
          o ช่วยรักษาดุลกรดด่าง โดยร่วมกับเฮโมโกลบิน ฟอสเฟต และคาร์บอเนต ในสภาพเกลือ โปตัสเซียม ซึ่งทำหน้าที่เป็นบัพเฟอร์ให้แก่เม็ดเลือดแดง
          o กระตุ้น การส่งประสาทสำหรับการหดตัวของกล้ามเนื้อ โดยการทำงานร่วมกับแคลเซียมและโซเดียม และมีบทบาเฉพาะเกี่ยวกับการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ และทำงานร่วมกับแมกนีเซียมในการคลายตัวของกล้ามเนื้อ
          o  โปตัสเซียม  เป็นตัวสำคัญในการรักษาสุขภาพของผิวหนังให้อาหารแก่กล้ามเนื้ออย่างทั่วถึง และนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง
          o ช่วยร่างกายในการเผาผลาญไขมันและคาร์โบไฮเดรต คือช่วยในการเปลี่ยนน้ำตาล ( GLUCOSE ) เป็น GLYCOGEN ซึ่งพร้อมที่จะเก็บที่ตับไว้ใช้ในคราวจำเป็น
          o ช่วยกระตุ้นให้ไตขับของเสียหรือสารพิษออกจากร่างกาย
          o ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ โดยให้มีการบีบตัวและรัดตัวดีขึ้น
          o ทำงานร่วมกับโซเดียมในการควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจให้เป็นไปอย่างปกติ

 

    * แหล่งที่พบ
          o ที่ พบมากที่สุดคือ มันฝรั่ง ( โดยเฉพาะเปลือก ) และกล้วย นอกจากนี้ยังพบในปลา เนื้อ นม เนย โยเกิร์ต บริวเวอร์ยีสต์ โมลาส ( MOLASSES ) หรือน้ำเหลืองอ้อย ข้าวต่างๆ ( ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ) รำข้าวสาลี แป้ง   ถั่วเหลือง ถั่ว เม็ดอัลมอนด์ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดผักชี ยี่หร่า ผักต่างๆ โดยเฉพาะผักสีเขียว และผลไม้ เช่น กล้วย ส้ม มะม่วง มะละกอ เชอรี่ แอปเปิล ผลไม้แห้ง

 

    * ปริมาณที่แนะนำ
            ทารก            3 - 5 เดือน            350 - 925 มิลลิกรัม / วัน
                            6 - 11 เดือน            425 - 1275 มิลลิกรัม / วัน
            เด็ก                1 - 10 ปี            550 - 3000 มิลลิกรัม / วัน
            เด็กโต            11- 18 ปี            1525 - 4275มิลลิกรัม / วัน
            ผู้ใหญ่                                    1825 - 5625 มิลลิกรัม / วัน

 

    * ผลของการขาด
          o ใน ภาวะปกติมักไม่พบ ถ้าพบมักจะพบร่วมกับโรคหรืออาการอื่น เช่น ผู้ป่วยโรคตับแข็ง โรคขาดโปรตีนและพลังงานอย่างรุนแรงอาเจียน ท้องเดิน เป็นต้น การรับโปรตัสเซียมน้อยเกินไปจะมีผลทำให้ระดับโปรตัสเซียมในเลือดต่ำหรือที่ เรียกว่า hypokalemia อาการระยะเริ่มแรกของการขาด โปตัสเซียม คือ อ่อนเพลียและการทำงานของกล้ามเนื้อประสาทจะเสื่อม การตอบสนองจะช้า กล้ามเนื้อหย่อน ในวัยรุ่นสิวจะเกิด ในคนชราผิวจะแห้งนอกจากนั้นการขาด โปตัสเซียม จะเป็นสาเหตุทำให้ระบบประสาทผิด ปกตินอนไม่หลับ ท้องผูก หัวใจเต้นช้าและผิดปกติ กล้ามเนื้อจะค่อยๆ ถูกทำลาย เมื่อการขาด โปตัสเซียม ไปทำให้การเมแทบอลิซึมของกลูโคสเสื่อม ก็จะไม่มีพลังงานที่ไปกล้ามเนื้อ ทำให้ค่อยๆเป็นอัมพาตในที่สุด

 

    * ผลของการได้รับมากไป
          o สภาวะ การมี โปตัสเซียม มากเกินไปพบน้อย เพราะไตสามารถควบคุมระดับได้ดี ดังนั้นสภาวะนี้อาจเกิดขึ้นเมื่อมีความผิดปกติในการทำงานของไต หรือได้รับ โปตัสเซียม ทางเส้นเลือดในอัตราเร็วเกินไป ซึ่งมีผลทำให้ระดับ โปตัสเซียม ในเลือดมาก ( hyperkalemia ) ซึ่งมักจะเป็นพร้อมกับเมื่อไตล้มเหลว มีอาการผิดปกติในการรับความรู้สึกทางผิวหนังเช่น เป็นแผลไหม้ คัน ระคายเคืองของหนังหุ้มศรีษะ หน้า ลิ้น กล้ามเนื้ออ่อนเพลีย การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ

 

    * ข้อมูลอื่นๆ
          o การดูดซึม
                + ปริมาณ ร้อยละ 90 ของ โปตัสเซียม ที่ร่างกายได้รับ จะถูกดูดซึมอย่างรวดเร็วจากลำไส้เล็กตอนต้น และถูกขับออกส่วนใหญ่ทางปัสสาวะและเหงื่อ มีเพียงเล็กน้อยที่ถูกขัยออกทางอุจจาระการดูดซึม โปตัสเซียม ต้องใช้พลังงาน อัลโดสเทอโรนซึ่งเป็นฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต จะกระตุ้นการขับ โปตัสเซียม  ไตเป็นอวัยวะที่สำคัญในการรักษาสมดุลของ โปตัสเซียม  แต่ไตสามารถสงวน โปตัสเซียม ได้น้อยกว่าการสงวนโซเดียม เพราะในสภาวะที่ร่างกายได้รับ โปตัสเซียม น้อยจนเกือบศูนย์ ไตก็ยังคงขับ โปตัสเซียม จำนวนหนึ่งออกมา
                + การมี โปตัสเซียม ที่มากจะมีผลทำให้การทำงานของไตผิดปกติไปหรือทำให้ขาดของ เหลวอย่างร้ายแรง เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และกาแฟจะเพิ่มการขับ โปตัสเซียม ทางปัสสาวะ การบริโภคน้ำตาลมากก็จะเป็นปฎิปักษ์ต่อ โปตัสเซียม เช่นกัน
          o อาหารหรือสารเสริมฤทธิ์
                + วิตามินบี 6
                + โซเดียม
                + แคลเซียม
          o อาหารหรือสารต้านฤทธิ์
                + แอสไพริน ยาแก้ปวด แก้ไข้
                + ยาคอร์ติโคสเตอรอยด์ ( ยาครอบจักรวาล ) หรือยาปฏิชีวนะ เช่น คอร์ติโซน เพร็ดนิโซน เพร็ดนิโซโลน
                + ยาขับปัสสาวะ ( DIURETICS )
                + ยานีโอไมซิน ยาต้านแบคทีเรีย หรือยาปฏิชีวนะ
                + โซเดียม
                + ยาโคลซิซิน ( ยารักษาโรคเกาต์ )
          o การประเมิน
                + การ ประเมินภาวะ โปตัสเซียม  ใช้การวิเคราะห์ปริมาณในพลาสมา เมื่อปริมาณ โปตัสเซียม ในเลือดต่ำ จะมีผลต่อระบบความสมดุลของ BODY FLUID ซึ่งมีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งมีผลต่อการเต้นของหัวใจ อาจจะเป็นสาเหตุให้หัวใจหยุดการทำงานได้ ในทางตรงกันข้าม ภาวะ โปตัสเซียม สูงในเลือด อาจเป็นผลมาจากความบ่งพร่องในการทำงานของไต หรือในกรณีที่มีการเสียน้ำอย่างรุนแรง ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุทำให้หัวใจหยุดทำงานได้เช่นกัน
                + ปริมาณ โปตัสเซียม ในปัสสาวะ จะเป็นดัชนีบ่งชี้ที่ดีของ โปตัสเซียม  จากการตรวจปริมาณ โปตัสเซียม ในปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ของแต่ละบุคคล ปรากฏว่ามีค่าความเปลี่ยนแปลงในแต่ละวันประมาณ 24 %  โปตัสเซียม เป็นเพียงส่วนน้อยที่ขับถ่ายออกมาทางอุจจาระซึ่งจะขึ้นอยู่กับ น้ำหนักของอุจจาระ ฉะนั้นในการประเมินภาวะโภชนาการของ โปตัสเซียม โดยใช้วิธีการเก็บปัสสาวะ จำเป็นต้องติดตามดูแลใกล้ชิด เพื่อที่จะให้ได้ปริมาตรปัสสาวะถูกต้องครบถ้วน หรืออาจใช้สาร PABA เป็น MARKER ในการประเมินความถูกต้องในการเก็บปัสสาวะทำนองเดียวกันกับการประเมินปริมาณ โซเดียมในปัสสาวะ

 

 

เมนูโภชนาการและสุขภาพ


Business Thailand
ศูนย์ข้อมูลธุรกิจและข้อมูลการตลาด

SiamAirfare.com
Siamairfare.com บริการ ตั๋วเครื่องบิน ราคาถูก ทั่วโลก

ทำมาหากิน
เว็บของคนทำมาหากิน ข้อมูลตลาดนัด แฟรนไชส์ และอาชีพเสริมต่าง ๆ