สังกะสี (ZINC)
สังกะสี จะพบในร่างกายมากเป็นอันดับสองรองจากเหล็ก สังกะสี (ZINC) มีบทบาทมากมายในร่างกาย ทั้งในด้านระบบประสาท ภูมิคุ้มกันของร่างกายการป้องกันอนุมูลอิสระ และการแบ่งตัว ในระดับเซลล์ การขาด สังกะสี ไม่ค่อยพบในคนปกติยกเว้นผู้ที่ติดเหล้า หรือมีปัญหาในการดูดซึมอาหาร อาการของการขาด สังกะสี มีมากมาย ตามบทบาทของมันในร่างกาย เช่น มีผื่นแดงที่หน้า ท้องเสีย เบื่ออาหาร ผมร่วง เป็นต้น นอกจากนี้ยังทำให้แผลหายช้า การรับรสและกลิ่นเสีย ไปมีความปกติในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ในผู้สูงอายุหรือผู้เจ็บไข้ได้ป่วยที่ลิ้นรับรสอาหารไม่ดี การได้รับ สังกะสี จะช่วยให้การรับรสที่ลิ้น ดีขึ้น ปัจจุบันอาหารเสริมได้นำ สังกะสี เข้ามาเป็นจุดขาย คือ สังกะสี จะมีคุณสมบัติชะลอความแก่ หรือยืดอายุความเป็นหนุ่มสาวให้ยาวขึ้นได้ โดย สังกะสี จะช่วยชะลอความแก่ตายของเซลล์ตามธรรมชาติให้ช้าลง จึงมีคนให้ความสนใจกับ สังกะสี กันมากขึ้น ความต้องการ สังกะสี ในร่างกายมีน้อย หอยนางรมถือเป็นแหล่งที่มี สังกะสี มากที่สุด เนื้อสัตว์และหอยต่าง ๆ ก็มีมากเช่นกัน อาหารพวก ผักมี สังกะสี ต่ำและนอกจากนี้สารในผักยังขัดขวางการดูดซึม สังกะสี เข้าสู่ร่าง กายด้วยเช่นกัน ดังนั้นภาวะขาด สังกะสี จึงอาจพบได้ในพวกมังสวิรัติหากขาด สังกะสี จะเกิดอาการ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ต่อมลูกหมากโต โลหิตจาง การไหลเวียนของเลือดไม่ดี หลอดเลือดแข็งการได้รับเหล็กและแคลเซียมมากก็ขัดขวางการดูดซึม สังกะสี เข้า สู่ร่างกายด้วยเช่นกัน การเสริม สังกะสี เป็นปริมาณมาก ๆ ทำให้ปวดท้องมึน งง คลื่นไส้ และอาเจียน การได้รับ สังกะสี ในปริมาณสูงเป็นเวลานาน ๆ ก่อให้เกิดความผิดปกติในระบบภูมิคุ้มกันและความผิดปกติของไขมันในร่างกาย
* ข้อมูลทั่วไป
o สังกะสี จัดเป็นเกลือแร่ส่วนน้อยที่มีความจำเป็นต่อร่ากาย ในบรรดาเกลือแร่ส่วนน้อยด้วยกัน สังกะสี จะพบในร่างกายมากเป็นอันดับสองรองจากเหล็ก บางครั้งเราจะรู้จัก สังกะสี ในชื่อ เกลือแร่บำบัด หรือ HEALING MINERAL เพราะเหตุว่ามีคุณลักษณะในการรักษาได้หลายอย่าง
o สังกะสี จะเสื่อมสลายได้ หากการปรุงอาหารที่ต้องผ่านกรรมวิธีมาก และสลับซับซ้อน
* ประโยชน์ต่อร่างกาย
o มีความสำคัญต่อการดูดซึม และการปฏิบัติหน้าที่ของวิตามินโดยเฉพาะวิตามินบีรวม
o เป็นส่วนประกอบของน้ำย่อย ไม่น้อยกว่า 25 ชนิด ซึ่งช่วยในการย่อยและการเผาผลาญ โดยเฉพาะการย่อยคาร์โบไฮเดรต และการเผาผลาญฟอสฟอรัส
o สังกะสี ช่วยในการสังเคราะห์ RNA และ DNA ซึ่งเป็นตัวควบคุมการสร้างเซลล์ การทำงานของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย และเป็นตัวนำถ่ายทอดพันธุกรรม
o ชะลอความแก่ หรือยืดอายุความเป็นหนุ่มสาวให้ยาวขึ้นได้ โดย สังกะสี จะช่วยชะลอความแก่ตายของเซลล์ตามธรรมชาติให้ช้าลง ถ้าเซลล์สมองถูกทำลายความคิด และความจำ ความคล่องแคล่วจะลดลง
o ช่วยในการปฏิบัติงานของอินซูลิน ถึงแม้ว่า สังกะสี ไม่เป็นส่วนประกอบของอินซูลิน แต่อินซูลินจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัย สังกะสี
o จำเป็นสำหรับการหายใจของเนื้อเยื่อคือ ช่วยขจัดคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากเลือดทางปอด
o เป็น ตัวสำคัญในการเจริญเติบโตของร่างกายและระบบสืบพันธุ์ ช่วยต่อมลูกหมากทำหน้าที่ได้ถูกต้อง ป้องกันมิให้เป็นหมัน ผู้ชายที่ขาดเกลือแร่ สังกะสี เชื้อตัวอสุจิจะลดจำนวนลง และอวัยวะเพศอาจไม่แข็งตัวหากขาด สังกะสี เป็นจำนวนมาก
o ช่วยรักษาแผล โดยเฉพาะแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ให้หายเร็ว สังกะสี มีความจำเป็นสำหรับสุขภาพของผิวหนัง
o ป้องกันสิว และผิวมัน คนที่เป็นสิว และผิวมันจะพบว่าความเข้มข้นของ สังกะสี ในเลือดต่ำกว่าปกติ
o สังกะสี มีความสำคัญต่อ ระบบทางเดินอาหารและระบบประสาทส่วนกลางให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ความผิดปกติทางอารมณ์เป็นผลจากการขาด สังกะสี
o ช่วยให้ระบบภูมิต้านทานโรคแข็งแรง โดยการไปช่วยการปฏิบัติงานของเม็ดเลือดขาว หรือที่เรียกว่า ลิมโฟไซท์ ( LYMPHOCYTE ) ซึ่งเป็นเซลล์ที่ต่อต้านเชื้อโรคที่บุกรุกเข้าไปในร่างกาย ดังนั้นในขณะที่มีการเจ็บป่วย ร่างกายจึงต้องการ สังกะสี มากเป็นพิเศษ
o ช่วยลดการสะสมของคอเลสเตอรอล
o คน ที่เป็นต้อกระจก ในดวงตาหรือในร่างกายจะมี สังกะสี ต่ำ ซึ่งธรรมดาแล้วในดวงตาจะมี สังกะสี สูง ดังนั้น สังกะสี มีความสำคัญที่จะช่วยในการมองเห็นได้ชัด ในรายที่ไม่สามารถมองเห็นได้ในที่มืด การับประทานวิตามินเอ อย่างเดียวไม่เป็นการเพียงพอ จำเป็นต้องมี สังกะสี ช่วยด้วย ขนย้ายวิตามินเอจากแหล่งอื่นในร่างกาย เอาออกมาใช้งานเสริมด้วย
* แหล่งที่พบ
o ได้แก่ อาหารที่มีโปรตีนสูงเช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ ตับ นม เนยแข็ง อาหารทะเล ปู กุ้ง หอยนางรม โดยเฉพาะหอยนางรมให้ สังกะสี สูงที่สุดประมาณ 745 มิลลิกรัมต่อหอย 1 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังได้จากอาหารที่ทำจากบริวเวอร์ยีสต์อีกด้วย
o พวกพืชผักได้แก่ ข้าวกล้อง รำข้าวสาลี เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ถั่วลิสง ถั่วเขียว วุ้นเส้นไม่ฟอกขาว งา เมล็ดอัลมอนด์ ผักใบเขียว ผักขม หัวหอม มันฝรั่ง มะเขือเทศ ผลไม้ได้แก่ มะม่วง แอปเปิล สับปะรด เป็นต้น
* ปริมาณที่แนะนำ
o ความต้องการ สังกะสี ต่อวัน
เด็ก
3 - 5 เดือน 3 มิลลิกรัม
6 - 11 เดือน 5 มิลลิกรัม
1 - 9 ปี 10 มิลลิกรัม
10 ปีขึ้นไป 15 มิลลิกรัม
หญิงตั้งครรภ์ 20 มิลลิกรัม
หญิงให้นมบุตร 25 มิลลิกรัม
* ผลของการขาด
o เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
o ลิ้นจะขาดการรู้รสอาหาร อร่อย หวาน เปรี้ยว มัน เค็ม เป็นต้น
o ต่อมลูกหมากโต
o มีจุดขาวๆที่เล็บ เซื่องซึม เหนื่อยง่าย
o ผมร่วง มีขี้รังแคมาก
o โลหิตจาง การไหลเวียนของเลือดไม่ดี หลอดเลือดแข็ง
o กระดูกพรุน เด็กมีร่างกายเตี้ย แคระ
* ผลของการได้รับมากไป
o ถ้า บริโภค สังกะสี ซัตเฟต ( ZINC SLUFATE ) ประมาณ 2 กรัมหรือมากกว่า ทำให้เกิดพิษอย่างเฉียบพลัน มีอาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร อาเจียน ถ้าได้รับวันละ 18.5 - 25 มิลลิกรัม ทำให้ระดับทองแดงในเลือดต่ำ ( HYPOCUPREMIA) เม็ดเลือดแดงมีขนาดเล็กกว่าปกติ ( MICROCYTOSIS ) และเม็ดเลือดขาวชนิด NEUTROPHIL น้อยกว่าปกติ ( NEUTROPENIA )
* ข้อมูลอื่นๆ
o การดูดซึม
+ จะ ถูกดูดซึมในลำไส้เล็กตอนต้น การขับถ่ายส่วนใหญ่จะทางอุจจาระ มีส่วนน้อยทางปัสสาวะ อวัยวะที่เก็บ สังกะสี ที่มากที่สุดคือ ตับ ตับอ่อน ไต กระดูกและเนื้อเยื่อที่ไม่ได้อยู่ภายใต้บังคับของจิตใจ นอกจากนั้นอาจเก็บไว้ในตา ต่อมลูกหมากและตัวอสุจิ ผิวหนัง ผม เล็บมือและเล็บเท้า
+ การบริโภคแคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินดี สารไฟเตต และใยอาหาร จะขัดขวางการดูดซึม สังกะสี ดังนั้นการบริโภคเหล่านี้สูง ควรจะบริโภค สังกะสี ในปริมาณสูง
o สารหรืออาหารเสริมฤทธิ์
+ วิตามิน เอ
+ วิตามิน บี6
+ วิตามิน อี
+ แคลเซียม (ถ้ามากเกินไปจะทำให้การดูดซึมไม่เต็มที่ )
+ ทองแดง
+ ฟอสฟอรัส ตับ และยีสต์
o สารหรืออาหารต้านฤทธิ์
+ สุรา บุหรี่
+ ยาพวกคอร์ติโคสเตอรอยด์ ยาปฏิชีวนะครอบจักรวาล
+ ยาขับปัสสาวะ ( DIURETICS )
+ ยาคุมกำเนิด
+ แคลเซียมในปริมาณมาก จะสกัดกั้นการดูดซึมของ สังกะสี
o การประเมิน
+ วัด ปริมาณ สังกะสี ในซีรัม ซึ่งจะมีประโยชน์ในการประเมินภาวะโภชนาการของ สังกะสี ของแต่ละบุคคลหรืออาจ ใช้เป็นข้อมูลในการวินิจฉัยโรคที่เกี่ยวข้องกับการขาด สังกะสี อาจมีประโยชน์ในการทำนายภาวะโลหิตจางในระดับต่างๆ วิธีการที่ใช้วิเคราะห์ปริมาณ สังกะสี ในซีรัมโดยใช้ atomic absorption spectrophotometry
สังกะสี ในพลาสมาไม่ได้สะท้อนถึงการลดลงของ สังกะสี ในอาหารที่บริโภค หรือการเปลี่ยนแปลงปริมาณของ สังกะสี ในร่างกายทั้งนี้เพราะ สังกะสี ในพลาสมาจะ มีการเปลี่ยนแปลงก็ต่อเมื่อร่างกายไม่สามารถรักษาสมดุลของ สังกะสี โดยการลด การขับถ่าย หรือลดการเจริญเติบโตได้แล้ว ระดับ สังกะสี ในพลาสมาจะลดลงเมื่อระดับ สังกะสี ในอาหารลดต่ำลงมาก จนร่างกายไม่สามารถรักษาสมดุลโดยการใช้ สังกะสี จากแหล่งแลกเปลี่ยนกลาง ( exchangable pool ) ระดับ สังกะสี ในพลาสมาจึงเป็นดัชนีบ่งชี้ที่สามารถบอกถึงปริมาณของ สังกะสี ที่ มีในแหล่งแลกเปลี่ยนกลาง เมื่อระดับในพลาสมาลดลง จะมีการสูญเสีย สังกะสี จากกระดูกและตับ เป็นการเพิ่มปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิด อาการทางคลินิกที่เกิดจากการขาด สังกะสี
+ วัดปริมาณโปรตีน metallothlonein เพื่อที่จะประเมินการกระจายของ สังกะสี ในเนื้อเยื่อ metallothionein เป็นโปรตีนที่มี cysteine เป็นส่วนประกอบอยู่มาก พบได้ทั่วๆไปในตับ ตับอ่อน ไต และผนังลำไส้ ในภาวะปกติ metallothionein จะรวมอยู่กับ สังกะสี หรือทองแดง ความเข้มข้นของ metallothionein จะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับปริมาณ สังกะสี ในภาวะที่ขาด สังกะสี โปรตีนชนิดนี้จะลดปริมาณลงจนตรวจสอบไม่ได้ เมื่อได้รับ สังกะสี จะมีการสังเคราะห์ขึ้นใหม่
ปริมาณ metallothionein สามารถวัดได้ในพลาสมา และเม็ดเลือดแดง โดยใช้วิธี radioimmuno assay metallothionein ทั้งในพลาสมาและเม็ดเลือดแดงมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงระดับ สังกะสี ในอาหาร ที่บริโภค พลาสมา metallothionein จะสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของ metallothionein จากตับ ซึ่งจะเพิ่มปริมาณขึ้นในภาวะที่มีความเครียด มีการอักเสบ หรือมีการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมน
+ การวัดปริมาณ สังกะสี และ metallothionein ในพลาสมา จะใช้ประกอบการแปลผลปริมาณ สังกะสี ในพลาสมาได้ดีขึ้น เมื่อระดับ สังกะสี และ metallothionein ในพลาสมาต่ำจะบอกได้ว่ามีการลดลงของ สังกะสี ในแหล่งแลกเปลี่ยนกลาง ซึ่งเนื่องมาจาก สังกะสี ที่บริโภคในอาหารมีน้อย เมื่อระดับ สังกะสี ในพลาสมาต่ำ แต่ metallothionein มีค่าสูง จะบอกได้ว่ายังคงมีการกระจาย สังกะสี ไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ เป็นการตอบสนองต่อ confounding condition
+ โดยสรุปแล้วปริมาณ สังกะสี ในพลาสมาไม่ได้เป็นดัชนีบ่งชี้ ของการเปลี่ยนแปลงปริมาณ สังกะสี ในอาหาร เช่นปริมาณ metallothionein ในเม็ดเลือดแดงใช้เป็นดัชนีบ่งชี้ของการเปลี่ยนแปลงปริมาณ สังกะสี ในอาหารได้ ทั้งนี้เพราะ metallothionein ในเม็ดเลือดแดงไม่เปลี่ยนแปลงในภาวะเครียด ในภาวะที่มีการติดเชื้อ หรือมีการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนเหมือนระดับ metallothionein ในพลาสมา



