แคลเซียม (CALCIUM)
แคลเซียม เป็นแร่ธาตุที่พบมากในร่างกาย ส่วนใหญ่ถูกเก็บไว้ในกระดูก ฟัน เล็บและอื่นๆ แคลเซียม เป็นเกลือแร่ขี้เหงา คือไม่ชอบทำงานตัวเดียว เพื่อนรักของ แคลเซียม คือ ฟอสฟอรัส จะพบว่ามี แคลเซียม 5 ส่วน ต่อ ฟอสฟอรัสถึง 2 ส่วนในกระดูก และนอกจากนี้ในการที่ แคลเซียม จะทำงานให้เกิดประสิทธิภาพ แคลเซียม ต้องทำงานควบคู่กันกับแมกนีเซียม วิตามินเอ ซี ดี อี และแน่นอนทีเดียว ฟอสฟอรัสจะขาดไม่ได้ ( วิตามินเอ และซีเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดูดซึมของ แคลเซียม ) นมและผลิตภัณฑ์ของนมเป็นแหล่ง แคลเซียม ที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะนมวัว กระดูกต่างๆก็เป็นแหล่ง แคลเซียม เช่นกันโดยเฉพาะกระดูกปลาที่สามารถเคี้ยว กลืนได้ เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาเล็กปลาน้อยของไทย เช่น ปลารากกล้วย ปลาซิว เป็นต้น ความต้องการของ แคลเซียม เพิ่มขึ้นตามวัยโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน ประโยชน์ของ แคลเซียม ในร่างกายเกือบทั้งหมดจะสะสมในกระดูกและฟัน ซึ่งเป็นที่ที่มันไปช่วยทำให้เกิดความแข็งแรง อีกทั้งจะมีปริมาณ แคลเซียม จำนวนน้อยๆ ที่อยู่ในกระแสเลือดที่จะมีส่วนช่วยในการสร้างฮอร์โมนและเอนไซม์ต่างๆ เพื่อให้ร่างกายทำงานเป็นปกติ และ แคลเซียม เป็นตัวหลักในการนำสัญญาณระหว่างเซลประสาทให้สื่อสารกันได้เป็น ปกติ การขาด แคลเซียม ทำให้เกิดอาการ เหล่านี้ เป็นตะคิว ชา เกิดภาวะกระดูกพรุน ฟันบางหากทานมากเกินไป จะทำให้กล้ามเนื้อกระบังลมทำงานมากเกินไป แข็งเกร็งจนไม่สามารถทำหน้าที่ต่อไปได้ คนไข้จะตายทันที เพราะหัวใจวาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นโรคหัวใจมาก่อน นอกจากนี้ยังมีอาการทางจิต ความคิดสับสน เก็บกด และในที่สุดจะปรากฏอาการทางจิต ดังนั้นแม้ว่าท่านจะอยู่ในวัยใดก็ตาม ต้องรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วย แคลเซียม และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แม้เพียงวันละ 15-20 นาที จะทำให้ท่านมีโครงสร้างของร่างกายที่แข็งแรง ห่างไกลจากโรคกระดูกพรุนได้นานเท่านาน "รับประทาน แคลเซียม ทุกวันกระดูกและฟันจะแข็งแรง"